กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> หลักกฎหมาย กฎหมายแรงงานสัมพันธ์



ชื่อข้อมูล : ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สิ่งที่นายจ้างต้องรู้?
หมวด : หลักกฎหมาย กฎหมายแรงงานสัมพันธ์
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

 

ตัวอย่างที่ถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เช่น
 
           คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๓/๒๕๓๐ นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิเข้าพักอาศัยอยู่ในหอพักของนายจ้าง อันเป็นการจัดสวัสดิการและถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
 
           คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๑๔/๒๕๓๓ นายจ้างตกลงจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ลูกจ้าง ออกจากงานเพราะเกษียณอายุจากการทํางานเป็นการจ่ายเงินสวัสดิการหรือประโยชน์อื่น ของลูกจ้างเกี่ยวกับการจ้างการทํางาน ถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
 
           คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๐๖/๒๕๕๗ ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงาน ระบุว่า นายจ้างใช้การจ้างแรงงานจากบริษัทผู้รับเหมาช่วงไม่เกิน ๒๕% ของจํานวนลูกจ้าง ถ้าจําเป็นเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน ๓๐% ถือเป็นเงื่อนไขการจ้างหรือประโยชน์อื่นของนายจ้าง ลูกจ้าง เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๕ เนื่องจากหากนายจ้างจ้างแรงงานรับเหมาช่วงไปเรื่อย ๆ จะทําให้สัดส่วนลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงลดลงไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าจ้างและสวัสดิการของลูกจ้าง
 
ประเด็นปัญหาคดีแรงงาน จุดเริ่มต้น ทั้ง ๒ ฝ่าย ต้องเข้าใจหลักกฎหมาย ดังนี้
 
            “ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง” หมายถึง ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือ ระหว่างนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
           “สภาพการจ้าง” หมายถึง เงื่อนไขการจ้างการทํางาน กําหนดวัน เวลาทํางาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง ประโยชน์อื่น ๆ ของนายจ้างหรือลูกจ้างเกี่ยวกับการทํางาน (มาตรา ๕) ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง มีองค์ประกอบ คือ
           ๑) ต้องเป็นข้อตกลง คือ ความตกลงสองฝ่าย ลําพังการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวอีกฝ่ายไม่สนองรับยังไม่เป็นข้อตกลง เช่น นายจ้างตกลงขึ้นเงินเดือนลูกจ้างโดยใช้ระบบ ร้อยละของเงินเดือนเดิม ต่อมาออกประกาศยกเลิกและเปลี่ยนใหม่เป็นการขึ้นเงินเดือน แบบจํานวน ซึ่งทําให้นายจ้างจ่ายเงินสําหรับการขึ้นเงินเดือนน้อยกว่า เมื่อประกาศออก มาแล้ว หากลูกจ้างยังไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ยังไม่เกิดเป็นข้อตกลง แต่ถ้าต่อมาลูกจ้าง ยื่นข้อเรียกร้องขอให้นายจ้างจ่ายเงินโบนัสประจําปี มีการเจรจาระหว่างผู้แทนนายจ้างกับ ผู้แทนลูกจ้างแล้ว นายจ้างกับลูกจ้างตกลงกันได้ โดยลูกจ้างยินยอมยกเลิกระบบการ ขึ้นเงินเดือนแบบเดิมและใช้ระบบการขึ้นเงินเดือนแบบใหม่ นายจ้างตกลงจ่ายเงินโบนัส ประจําปีตามที่ลูกจ้างเรียกร้อง เมื่อลูกจ้างยินยอมกับการเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอของ นายจ้างจึงจะถือว่าเป็นข้อตกลง
           ๒) ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือระหว่างนายจ้างหรือสมาคมนายจ้าง กับสหภาพแรงงาน แม้กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าลูกจ้างกับนายจ้างที่ทําข้อตกลงนั้น จะต้องมีจํานวนมากกว่าฝ่ายละหนึ่งคน แต่ก็พอแปลได้ว่า คู่สัญญาที่ตกลงหมายถึงลูกจ้าง และนายจ้างต้องมีจํานวนมากกว่าฝ่ายละหนึ่งคน เพราะถ้ามีฝ่ายละหนึ่งคนจะกลายเป็น ข้อตกลงในสัญญาจ้างที่มีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ที่มีผลผูกพันในลักษณะมหภาค
๓) เกี่ยวกับสภาพการจ้าง จะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างได้ ฝ่าย นายจ้างและฝ่ายลูกจ้างต้องตกลงในเรื่องสภาพการจ้างเท่านั้น สภาพการจ้างเป็นไป ตามมาตรา ๕

 
แนวคดีของฝ่ายนายจ้าง และ ฝ่ายลูกจ้าง  
           ๑. แต่ละฝ่าย ต้อง ดูองค์ประกอบของหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ว่าเข้าหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือไม่ เพียงใด
           ๒. หากฝ่ายนายจ้าง และ ฝ่ายลูกจ้าง เข้าใจหลักกฎหมาย ดังกล่าวข้างต้น แล้ว ก็จะไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทคดีแรงงาน
           ๓. ผลทางกฎหมาย เกิดการเจรจาตกลงประนีประนอม ยอมผ่อนผันให้แก่กัน หรือ ทำความเข้าใจระหว่างฝ่ายนายจ้าง และ ฝ่ายลูกจ้าง อยู่ร่วมกันได้ เข้าใจสิทธิ/หน้าที่ ที่แต่ละฝ่ายพึงได้รับ ตามหลักกฎหมายและหลักบริหารทรัพยากรมนุษย์

 

 

 

 



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1075 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สิ่งที่นายจ้างต้องรู้? | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์