กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> มาตรา ฎีกา กฎหมายคุ้มครองแรงงาน



ชื่อข้อมูล : ประเด็น : นายจ้างเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานลูกจ้าง โดยไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของนายจ้าง ต่อมาเลิกจ้าง ได้หรือไม่?
หมวด : มาตรา ฎีกา กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

แนวฎีกา กฎหมายแรงงาน การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ที่น่าสนใจ



           ประเด็น : นายจ้างเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานลูกจ้าง โดยไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของนายจ้าง ต่อมาเลิกจ้าง ได้หรือไม่?

ไล่สาย หลักฎหมายตามแนวฎีกา

           1. นายจ้างมีหนังสือเปลี่ยนแปลงค่าจ้างและตำแหน่งงาน โดยมิได้มีการกำหนดเวลาให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
           2. การกระทำของนายจ้าง ย่อมก่อให้เกิดความข้องใจ สงสัยอันเป็นที่มาของการโต้แย้งสิทธิ
           3. ทั้งลูกจ้างไปพบพนักงานตรวจแรงงานภายหลังวันที่ได้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อขอให้ช่วยเจรจากับนายจ้างให้รับลูกจ้างกลับเข้ามาทำงาน
           4. การที่ลูกจ้างไม่ยอมไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำงานอีกแห่งหนึ่ง
           5. จะถือว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ.มาตรา 583 ยังไม่ถนัด เนื่องจากอาจเป็นคำสั่งของนายจ้างที่ไม่ชอบตามข้อบังคับการทำงานได้
           6. การที่นายจ้างเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่ย่อมเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
 
คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

           คำพิพากษาฎีกาที่ 3842/2564  หนังสือเรื่องแจ้งการปรับรายได้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน มีลักษณะเป็นการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่และสถานที่ทำงานโจทก์ตามตำแหน่งงานที่มีการเปลี่ยนแปลง มิใช่กรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบการตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 120 วรรคหนึ่ง
จำเลยมีหนังสือเรื่องการแจ้งปรับรายได้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน โดยให้โจทก์เริ่มปฏิบัติหน้าที่พนักงานมือเครนที่โกดังสินค้าในวันถัดจากวันที่บอกกล่าวโจทก์ โดยมิได้มีการกำหนดเวลาให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานย่อมก่อให้เกิดความข้องใจ สงสัย อันเป็นที่มาของการโต้แย้ง ทั้งโจทก์ไปพบพนักงานตรวจแรงงานภายหลังวันที่ได้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อขอให้ช่วยเจรจากับจำเลยให้รับโจทก์กลับเข้ามาทำงาน การที่โจทก์ไม่ยอมไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำงานอีกแห่งหนึ่งของจำเลยในวันที่ 23 และวันที่ 25 กันยายน 2560 จะถือว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ.มาตรา 583 ยังไม่ถนัด เนื่องจากอาจเป็นคำสั่งของนายจ้างที่ไม่ชอบตามข้อบังคับการทำงานได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่ย่อมเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม โจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
 

 
แนวการต่อสู้คดีของนายจ้าง และแนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ตามหลักกฎหมาย 

           1. ประเด็นคดี คือ การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ คืออะไร? ถ้าไม่เข้าใจ ก็ต่อสู้คดีไม่ถูกประเด็น กล่าวคือ
           2. เลิกจ้างไม่เป็นธรรม หมายถึง การที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มี.สาเหตุหรือมีสาเหตุอยู่บ้าง แต่ยังไม่สมควรและเพียงพอที่จะลิกจ้างลูกจ้าง
           3. ดังนั้น เลิกจ้างจะต้องมีเหตุผลอันสมควรและมีความเป็นธรรม
           4. ประเด็นตามแนวฎีกานี้ คือ
"นายจ้างบอกกล่าวโจทก์ โดยมิได้มีการกำหนดเวลาให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน" ถ้าบอกกล่าวถูกต้อง ก็ชอบด้วยกฎหมาย
           5. ส่วนประเด็นที่ ลูกจ้างไม่ยอมไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำงานอีกแห่งหนึ่งของนายจ้าง ในวันที่ที่กำหนด จะถือว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ.มาตรา 583 (ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง แต่ละคดี)
           6. การที่ลูกจ้างอ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายจ้าง โดยการขาดงาน ติดต่อกันหลายวัน เพื่อไปพบพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อช่วยเจรจา มีเหตุผลอันสมควร และเพียงพอหรือไม่ ถึงขนาดต้องขาดงานทั้งวัน หรือไม่?
           7. ดังนั้น แนวทางของนายจ้างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางคดี ที่นายจ้างจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นายจ้างควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบข้อบังคับการทำงาน
           8. ในประการสำคัญ ใช้หลักการแรงงานสัมพันธ์ พบ พูดคุย ทำความเข้าใจ ลงลายมือชื่อ ไม่ควรออกคำสั่งจากฝ่ายนายจ้างไปฝ่ายเดียว ซึ่งอาจจะทำให้น้ำหนักรูปเรื่องเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม (ถ้าเข้ากรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด) และเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

 

           ข้อสังเกต การบริหารแรงงานในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ยุคกฎหมายแรงงานเป็นแนวทางการบริหารคนในองค์กร ให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข หมดยุด เจ๊ เฮัย ทำอะไรตามใจตนเอง ไม่เอากฎหมาย หาช่องทางเลี่ยงกฎหมายตลอด แบบนี้สุดท้ายหากเป็นคดีความ ก็มีแต่จะเสีย กับเสีย และไม่มีทางจะชนะคดีได้ เพราะเจตนาภายในของเราคือ "เลี่ยงกฎหมาย"

 

 

 



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 1162 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



ประเด็น : นายจ้างเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานลูกจ้าง โดยไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของนายจ้าง ต่อมาเลิกจ้าง ได้หรือไม่? | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 01 กรกฎาคม 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์