Tel.085-067-5365
แนวฎีกา กฎหมายแรงงาน การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ที่น่าสนใจ
ประเด็น : นายจ้างเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานลูกจ้าง โดยไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของนายจ้าง ต่อมาเลิกจ้าง ได้หรือไม่? ไล่สาย หลักฎหมายตามแนวฎีกา 1. นายจ้างมีหนังสือเปลี่ยนแปลงค่าจ้างและตำแหน่งงาน โดยมิได้มีการกำหนดเวลาให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน 2. การกระทำของนายจ้าง ย่อมก่อให้เกิดความข้องใจ สงสัยอันเป็นที่มาของการโต้แย้งสิทธิ 3. ทั้งลูกจ้างไปพบพนักงานตรวจแรงงานภายหลังวันที่ได้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อขอให้ช่วยเจรจากับนายจ้างให้รับลูกจ้างกลับเข้ามาทำงาน 4. การที่ลูกจ้างไม่ยอมไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำงานอีกแห่งหนึ่ง 5. จะถือว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ.มาตรา 583 ยังไม่ถนัด เนื่องจากอาจเป็นคำสั่งของนายจ้างที่ไม่ชอบตามข้อบังคับการทำงานได้ 6. การที่นายจ้างเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่ย่อมเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง คำพิพากษาฎีกาที่ 3842/2564 หนังสือเรื่องแจ้งการปรับรายได้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน มีลักษณะเป็นการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่และสถานที่ทำงานโจทก์ตามตำแหน่งงานที่มีการเปลี่ยนแปลง มิใช่กรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบการตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 120 วรรคหนึ่ง จำเลยมีหนังสือเรื่องการแจ้งปรับรายได้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน โดยให้โจทก์เริ่มปฏิบัติหน้าที่พนักงานมือเครนที่โกดังสินค้าในวันถัดจากวันที่บอกกล่าวโจทก์ โดยมิได้มีการกำหนดเวลาให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานย่อมก่อให้เกิดความข้องใจ สงสัย อันเป็นที่มาของการโต้แย้ง ทั้งโจทก์ไปพบพนักงานตรวจแรงงานภายหลังวันที่ได้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อขอให้ช่วยเจรจากับจำเลยให้รับโจทก์กลับเข้ามาทำงาน การที่โจทก์ไม่ยอมไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำงานอีกแห่งหนึ่งของจำเลยในวันที่ 23 และวันที่ 25 กันยายน 2560 จะถือว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ.มาตรา 583 ยังไม่ถนัด เนื่องจากอาจเป็นคำสั่งของนายจ้างที่ไม่ชอบตามข้อบังคับการทำงานได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่ย่อมเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม โจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แนวการต่อสู้คดีของนายจ้าง และแนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ตามหลักกฎหมาย 1. ประเด็นคดี คือ การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ คืออะไร? ถ้าไม่เข้าใจ ก็ต่อสู้คดีไม่ถูกประเด็น กล่าวคือ 2. เลิกจ้างไม่เป็นธรรม หมายถึง การที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มี.สาเหตุหรือมีสาเหตุอยู่บ้าง แต่ยังไม่สมควรและเพียงพอที่จะลิกจ้างลูกจ้าง 3. ดังนั้น เลิกจ้างจะต้องมีเหตุผลอันสมควรและมีความเป็นธรรม 4. ประเด็นตามแนวฎีกานี้ คือ "นายจ้างบอกกล่าวโจทก์ โดยมิได้มีการกำหนดเวลาให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน" ถ้าบอกกล่าวถูกต้อง ก็ชอบด้วยกฎหมาย 5. ส่วนประเด็นที่ ลูกจ้างไม่ยอมไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำงานอีกแห่งหนึ่งของนายจ้าง ในวันที่ที่กำหนด จะถือว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ.มาตรา 583 (ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง แต่ละคดี) 6. การที่ลูกจ้างอ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายจ้าง โดยการขาดงาน ติดต่อกันหลายวัน เพื่อไปพบพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อช่วยเจรจา มีเหตุผลอันสมควร และเพียงพอหรือไม่ ถึงขนาดต้องขาดงานทั้งวัน หรือไม่? 7. ดังนั้น แนวทางของนายจ้างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางคดี ที่นายจ้างจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นายจ้างควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบข้อบังคับการทำงาน 8. ในประการสำคัญ ใช้หลักการแรงงานสัมพันธ์ พบ พูดคุย ทำความเข้าใจ ลงลายมือชื่อ ไม่ควรออกคำสั่งจากฝ่ายนายจ้างไปฝ่ายเดียว ซึ่งอาจจะทำให้น้ำหนักรูปเรื่องเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม (ถ้าเข้ากรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด) และเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ข้อสังเกต การบริหารแรงงานในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ยุคกฎหมายแรงงานเป็นแนวทางการบริหารคนในองค์กร ให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข หมดยุด เจ๊ เฮัย ทำอะไรตามใจตนเอง ไม่เอากฎหมาย หาช่องทางเลี่ยงกฎหมายตลอด แบบนี้สุดท้ายหากเป็นคดีความ ก็มีแต่จะเสีย กับเสีย และไม่มีทางจะชนะคดีได้ เพราะเจตนาภายในของเราคือ "เลี่ยงกฎหมาย"
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login). .........................
หน้าปัจจุบัน : จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า