กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> มาตรา ฎีกา กฎหมายคุ้มครองแรงงาน



ชื่อข้อมูล : ประเด็น : ลูกจ้าง ออกแบบอาคารไม่เว้นระยะร่นตามกฎหมาย เป็นละเมิด หรือไม่?
หมวด : มาตรา ฎีกา กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

คำพิพากษาฎีกาแรงงาน ที่น่าสนใจ


ประเด็น : ลูกจ้าง ออกแบบอาคารไม่เว้นระยะร่นตามกฎหมาย เป็นละเมิด
 


       คำพิพากษาฎีกาที่ 3419/2565 คำฟ้องโจทก์ อ้างว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของโจทก์ตำแหน่งสถาปนิก โดยจำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานในหน้าที่วัดระยะตัวเลขของพื้นที่ในแบบแปลนก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาแห่งใหม่ของโจทก์คลาดเคลื่อน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการฟ้องโดยอาศัยมูลสัญญาจ้างแรงงานเป็นหลักแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเป็นสำคัญ ส่วนที่มีการบรรยายคำฟ้องถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดมาด้วย เป็นเพียงการบรรยายถึงลำดับเหตุการณ์และที่ปรากฏความว่าการกระทำละเมิดในคำขอท้ายคำฟ้องโจทก์ว่าให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายที่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ เป็นการแสดงให้เห็นว่าค่าเสียหายที่ขอให้จำเลยทั้งสามชดใช้นั้น เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่มีลักษณะเป็นการละเมิด และจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อตามคำฟ้อง จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เช่นนี้
       ศาลแรงงานกลางชอบที่จะวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ ไม่ชอบที่จะแก้ไขประเด็นข้อพิพาทใหม่เป็นว่า จำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ ซึ่งเสมือนว่าโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในมูลละเมิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 8 วรรคหนึ่งเพียงอย่างเดียว
       จำเลยที่ 1 ออกแบบอาคารไม่เว้นระยะร่นตามกฎหมาย พื้นที่ดินที่จะทำการก่อสร้างมีการก่อสร้างห้องน้ำเพื่อให้บริการประชาชนซึ่งเป็นกำแพง จำเลยที่ 1 สามารถวัดจากสถานที่จริงได้ แต่จำเลยที่ 1 ใช้สเกลวัดจากสำเนาโฉนดที่ดิน และน.ส.3 ก ซึ่งไม่มีหลักหมุดทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาแห่งใหม่ของโจทก์ได้ จำเลยที่ 1 ได้กระทำโดยประมาท โจทก์ไม่สามารถวางตำแหน่งอาคารสำนักงานสาขาแห่งใหม่ของโจทก์ได้ ต้องเลื่อนออกไปแก้ไขได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 จึงผิดสัญญาจ้างแรงงานตามสัญญาผู้เข้าทำงานธนาคารออมสินที่ระบุว่า “ข้าพเจ้า.... จะไม่กระทำหรือละเว้นกระทำการใดๆ อันทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย”
       ปัญหาว่า จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์เพียงใด เนื่องจากการกำหนดค่าเสียหายเป็นดุลพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่สามารถกำหนดเองได้ จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้แก่โจทก์ และโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ ปัญหาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วยในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานหรือไม่ เพียงใด
       ศาลแรงงานกลางยังไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยในประเด็นค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และเกี่ยวเนื่องกัน ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 ประกอบมาตรา 57/1 วรรคสอง

แนวทางการต่อสู้คดีจำเลย (ลูกจ้าง)
       1. หากถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายมาในมูลละเมิด ทำคำให้การปฏิเสธตัดไฟ้อง โดยอาจจะทำคำให้การว่า "ไม่ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อตามคำฟ้อง" จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
แต่ประเด็นแห่งคดี ก็มีปัญหาว่า จำเลย ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องต่อโจทก์เพียงใด
       2. หากให้การว่า "ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมานั้นสูงเกินไป" แสดงว่า จำเลยรับผิดตามคำฟ้อง แต่ค่าเสียหายสูงเกินไป ศาลย่อมกำหนดค่าเสียในคดี ว่าเสียหายเพียงใด
       3. ต่อสู้ตามข้อสัญญา ว่ามีข้อสัญญาใด ๆ ที่กำหนดไว้ หรือไม่ เช่นตามคำฟ้อง
“ข้าพเจ้า.... จะไม่กระทำหรือละเว้นกระทำการใดๆ อันทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย”

หลักกฎหมายในกระบวนพิจารณาจากฎีกา
       เนื่องจากการกำหนดค่าเสียหายเป็นดุลพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่สามารถกำหนดเองได้ จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล่าง กำหนดค่าเสียหายที่จำเลย ต้องชดใช้แก่โจทก์

 

 

 

 



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 294 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



ประเด็น : ลูกจ้าง ออกแบบอาคารไม่เว้นระยะร่นตามกฎหมาย เป็นละเมิด หรือไม่? | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 06 มิถุนายน 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์