เปิดผลวิจัย Gen Y ใครว่าเป็นตัวป่วนองค์กร

เปิดผลวิจัย Gen Y ใครว่าเป็นตัวป่วนองค์กร | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



       *เปิดใจกับ Gen Y ในมุมมองใหม่ ใครว่าเขาและเธอเป็น "ตัวป่วน" องค์กร
       
       *รับรู้และเข้าใจไว้ซะ เพราะคนเหล่านี้จะกลายมาเป็นลูกน้องคุณ
       
       *กับตัวเลขปัจจุบันแค่ 20-30% เท่านั้น ทำเอาผู้บริหารยุค Baby Boomer หรือแม้แต่ Gen X ถึงกับกุมขมับ
       
       *เรียนรู้ และเข้าใจพวกเขา อาจได้ talent ประดับองค์กร

       
       ปัจจุบันพบว่าโครงสร้างประชากรในองค์กรเปลี่ยน โดยเฉพาะช่วงอายุซึ่งเป็นแนวโน้มขององค์กรทั่วโลก เพราะมีกลุ่มคนที่เกิดในช่วงอายุไม่เกินปี พ.ศ. 2521 หรือที่เรียกว่า Generation Y (Gen Y) เริ่มเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ขององค์กรประมาณ 20-30% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นในองค์กรเพราะเป็นการคละเคล้ากันของคน 3 รุ่น Baby Boomer ซึ่งเป็นระดับผู้บริหารและ Gen X ระดับหัวหน้างาน ซึ่งทำเอาคน 2 ยุคหลังถึงกับกุมขมับ และที่หนักไปกว่านั้นมองพฤติกรรมที่แสดงออกของ Gen Y ว่าก้าวร้าว ไม่รอยัลตี้ต่อองค์กร เปลี่ยนงานบ่อย
       
        และกับโจทย์ที่ว่า "จะบริหารคน 3 รุ่นในองค์กรให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร?" ในเมื่อมีแนวโน้มของการเพิ่มขึ้นของสมาชิกใหม่ในองค์กรเป็นกลุ่ม Gen Y และสิ่งสำคัญจะดึงดูดและรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ได้อย่างไร
       
        ล่าสุด "บริษัท โนเลจสตอร์ม คอนซัลติ้ง จำกัด" ได้ทำวิจัยในหัวข้อ "ทำความเข้าใจปัจจัย การดึงดูดและ รักษา Gen Y" ใน 3 ปัจจัยหลักคือ 1.ตัดสินใจเลือกงานจากอะไร 2.สิ่งที่ทำให้มีความสุขในงานคืออะไร และ 3.วัฒนธรรมองค์กรที่ชอบ โดยได้มีการนำเสนอข้อมูล Gen Y ในต่างประเทศประกอบไว้อย่างน่าสนใจ
       
       
ดู Gen Y ระดับโลก
       ป่วนองค์กรขนาดไหน

       
        ผลการศึกษาจากงานวิจัยระดับโลก ได้ให้ข้อมูลลักษณะเด่นของ Gen Y ว่า มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แสดงออกทางความคิด การพูด การแต่งกาย มีความอดทนต่ำ ชอบท้าทายกฎระเบียบไม่เฉพาะกฎขององค์กรเท่านั้นแต่รวมถึงแนวปฏิบัติเดิม ยังมีความทะเยอทะยานต้องการประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ชอบการเปลี่ยนแปลงมีความกระตือรือร้น มองโลกในแง่ดีและมีไอเดียชอบคิดอะไรนอกกรอบ และชอบถาม “ทำไม” ด้วยความอยากรู้มากกว่าเพียงแค่รับคำสั่ง
       
        โดยเฉพาะความมั่นใจในตัวเองสูง มีผลมาจากการศึกษาและการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ที่พยายามให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก ทำให้ Baby Boomer มองว่าก้าวร้าว ขณะที่ Gen X มองว่าชอบโชว์ออฟ ทำให้ไม่เคารพคนอื่นโดยอัตโนมัติ เวลาที่จะเคารพใครจะขึ้นอยู่กับตัวตนของคนคนนั้นจริงๆ ไม่ว่าอายุจะเท่ากัน อายุมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ตาม เมื่อเทียบ Gen X จะเคารพผู้ที่มีอายุมากกว่า ผู้ที่อาวุโสกว่า และ Gen Y ยอมรับว่าไม่จงรักภักดีกับองค์กรแต่จงรักกับวิชาชีพ
       
        ผลการศึกษาระบุถึงสิ่งที่ Gen Y ต้องการ คือ ต้องการทำงานที่ตนรัก ต้องการความร่ำรวยและมีชื่อเสียงหรือเป็นบุคคลที่คนให้ความสนใจ รวมถึงต้องการความยืดหยุ่น ต้องการอิสระ ต้องการคำตอบเพราะชอบถาม ต้องการคนฟัง และต้องการโลกส่วนตัว ต้องการลองอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิตได้ลุ้น ได้เสี่ยง
       
        แต่ลึกๆ ในใจต้องการบรรยากาศที่เป็นมิตรชอบทำงานเป็นทีมเวิร์ก และชอบทำงานในสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ เช่น ชอบแต่งตัวต้องการทำงานในแวดวงแฟชั่นในองค์กรที่ต้องแต่งตัวไปงานต่างๆ หรือนอนดึกตื่นสาย ต้องการองค์กรที่ยืดหยุ่นในเรื่องเวลา และต้องการให้คนมองว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ บางครั้งองค์กรปฏิบัติกับคนกลุ่มนี้เป็นเด็กอยู่ตลอดเวลาและต้องการโอกาสในการพิสูจน์ความสามารถตนเอง และต้องการความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว เช่น ได้รับตำแหน่งระดับผู้จัดการเมื่ออายุไม่เกินเลข 2
       
       
จ่ายแรง ท้าทาย สวัสดิการดี
       ปัจจัยดึง Gen Y อยู่มัด

       
        และสำหรับในประเทศไทยนั้น จากผลการสำรวจของ บริษัท โนเลจสตอร์ม คอนซัลติ้ง จำกัด ได้ทำแบบสอบถามจำนวน 1,000 ชุดเป็นกลุ่มจะเข้ามาเป็นพนักงานในองค์กรในช่วง 1-3 ปี
       
        ซึ่งได้ทำการสำรวจใน 3 หัวข้อหลัก 1.ตัดสินใจเลือกงานจากอะไร ? อันดับแรก เลือกงานที่ชอบงานที่ฝันไว้ งานนั้นตอบโจทย์ในอนาคตได้หรือไม่ ต่อมาเลือกประเภทธุรกิจ เช่น แบงก์ต่างชาติ บริษัทคอนซูเมอร์โปรดักส์ที่มีการแข่งขันสูง ธุรกิจวงการแฟชั่น ฯลฯ เพราะเป็นงานที่ท้าทายความสามารถ
       
        2. สิ่งที่ทำให้มีความสุขในงานคืออะไร คือ จ่ายเงินเดือนสูง ประกอบกับงานต้องมีความตื่นเต้น ท้าท้าย และสวัสดิการดี ซึ่งสวัสดิการของ Gen Y เลือกผลตอบแทนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ เช่น สวัสดิการขึ้นรถฟ้า ใช้บริการ สปา ฟิตเนส
       
        และ 3.เรื่องวัฒนธรรม Gen Y จะมุ่งเน้นความสัมพันธ์ การทำงานเป็นทีม เพราะมองทุกคนเป็นเพื่อนไม่ขัดแข้งขัดขากัน
       
        และเป็นที่น่าสังเกตว่า Gen Y เป็นกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี แหล่งข้อมูลที่เลือกเชื่อเว็ปไซส์ ต่อไปคือถามพนักงานที่เคยทำงานในบริษัทนั้นมาก่อนและถามคนอื่นทั่วๆ ไป คือการตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ คำถามส่วนใหญ่ เช่น บรรยากาศการทำงาน สวัสดิการ โอกาสความก้าวหน้าเป็นอย่างไร
       
       
ดึงผลสำรวจสู่การบริหาร
       Gen Y เป็นดาวเด่นได้ง่ายๆ

       
        ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำผลสำรวจแปลงเป็นกลยุทธ์ในการบริหารองค์กรสำหรับกลุ่ม Gen Y โดยเฉพาะ 1.การดึงดูด talent องค์กรควรปรับใช้เทคนิคโดยการนำการสื่อสารการตลาดมาใช้ คือ สื่อข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายต้องการได้ยิน เช่น งานในฝัน งานท้าทาย ประเภทธุรกิจดี งานมีความตื่นเต้นอย่างไร ให้บอกไปเลยว่า "ถ้าคุณมาทำงานที่นี่จะทำให้คุณสนุก ตื่นเต้น และจะเก่งภายในข้ามคืน" หรือทำแอดเวอเทอเรียล ให้พนักงานภายในองค์กรเป็นคนที่ออกมาพูดว่าอยู่องค์กรเป็นอย่างไรจะทำให้สามารถสื่ออารมณ์ได้มากกว่า
       
        "แต่ถ้าเกิดองค์กรต้องการคนที่หลาก Generation ต้องนำการสื่อสารการตลาดมาใช้ให้ครบ สื่อถึงความมั่นคง ค่าตอบแทนสูง การเติบโตเร็ว งานที่ตื่นเต้น คือคนฟังแล้วอยากจะมาทำซึ่งเป็นเทคนิคของการดึงดูด"
       
        2.การรักษา ส่วนใหญ่ผิดพลาดกันมากโดยเฉพาะกรณีที่ Gen Y ลาออก มักชอบให้ข้อมูลรวมเพื่อรักษาความสัมพันธ์องค์กร ซึ่งเหตุผลที่ Gen Y ลาออกพบว่า เป็นการหนีนาย หนีบรรยากาศ และก่อนการลาออกระหว่าง 3-6 เดือน จะส่งผลต่อผลประกอบการขององค์กรเพราะงานที่ถดถอย หากผู้บริหารรักษาไว้ด้วยการจ่ายเงินที่ดี ต้องเลือกจ่ายให้กับ Gen Y ดาวเด่นที่มีผลงานดี ส่วนเรื่องของงานสามารถทำให้ตื่นเต้นได้ คือ มอบหมายโครงการหรือโปรเจกต์ให้รับผิดชอบร่วมกับคนอื่นได้ จะช่วยให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ด้วย
       
        3.การบริหารวัฒนธรรม ต้องตอบทุก Generation เช่น Baby Boomer จะมีรอโยตี้มากกับองค์กร จะใส่วัฒนธรรมอะไรที่สะท้อนความเป็นคนกลุ่มนี้ ส่วน Gen X มุ่งมั่นทำงาน สร้างผลงาน มุ่งมั่นความเป็นเลิศ ส่วน Gen Y อะไรที่เกี่ยวข้องกับงานมากๆ จะเกิดการเย็นชา ควรต้องใส่ เช่น peple care จะทำให้องค์กรแฟรนรี่กับทุก Generation
       
        ส่วนการสร้างความผูกพันของ Gen Y ให้เกิดกับองค์กรได้นั้น หัวหน้าต้องเป็นฝ่ายปรับเข้าหา มีลูกล่อ ลูกชน และอยู่ระหว่างกลางของการเป็นหัวหน้างานกับพี่สาว คือ การเป็นพี่เลี้ยง สอนงาน ให้ประสบการณ์เป็นสิ่งที่ Gen Y ต้องการมาก
       
        4. การชมเชยเฉพาะตัว หัวหน้าต้องรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน ต้องการอะไร ชอบไม่ชอบอะไร จะได้บริหารและชมเชยในแบบที่เขาเป็น เพราะเชื่อในสิ่งที่ว่าทำดีต้องมีคนเห็น นอกจากนี้สนับสนุนให้มีแก๊งในที่ทำงานเพราะการมี Community ในที่ทำงานจะทำให้ลาออกยาก เพราะจะเริ่มผูกพัน
       
        5.Employee Branding เป็นการสร้างความพึงพอใจกับพนักงานในองค์กรหรือผู้ที่จะเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ สามารถสร้างกิจกรรมผ่านเว็ปไซส์โดยการตั้งกระทู้เพื่อโต้ตอบ 2 ทางให้ความรู้ขององค์กรและความรู้ทั่วไปเช่นเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์งาน
       
        ฉะนั้นกับการบริหาร Gen Y รับรู้และเข้าใจ แปลงเป็นกลยุทธ์การบริหารงานบุคคลเชื่อว่าสามารถหาดาวเด่นประดับองค์กรได้อีกด้วย

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 5801 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์