สปส.จับ มือ 5 แบงก์เตรียมปล่อยกู้หมื่นล้านให้ผู้ประกันตนทั้งซื้อ-ปรับปรุง-รีไฟแนนซ์ บ้านรายละ 1.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยแค่ 2.5%ต่อปี คาดลงนามได้ 23 เม.ย.นี้ ลูกจ้างแนะเสนอรวมหนี้เก่าโดยใช้หลักประกันเดิม หวั่นคนรายได้มากได้เปรียบ
นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ว่า สปส.เตรียมลงนามกับธนาคารพาณิชย์อย่างน้อย 5 แห่ง เพื่อนำเงินกองทุนประกันสังคมในส่วนของการลงทุนทางสังคมจำนวน 10,000 ล้านบาท มาให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ประกันตนในอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 2.5 ต่อปีในวงเงินไม่เกินรายละ 1.5 ล้านบาท สำหรับซ่อม ปรับปรุง ปลูก ซื้อ หรือรีไฟแนนซ์บ้าน โดยธนาคารจะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 1.5 และ สปส.ได้รับร้อยละ 1 หลังจากแจ้งโครงการไปยังธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเพื่อให้แสดงความประสงค์ขอเข้า ร่วมโครงการ ขณะนี้มี 5 แห่งที่ส่งสัญญาพร้อมจะลงนาม ประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย กรุงศรีอยุธยา กรุงไทย ไทยพาณิชย์ และธนาคารอิสลาม เดิมทีเตรียมลงนามกันตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เหตุวุ่นวายทางการเมืองใน ขณะนี้ทำให้ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 23 เมษายนนี้ นอกจากนี้ยังมีธนาคารพาณิชย์อีก 4 แห่งได้แจ้งความจำนงเข้าร่วมเพียงแต่ยังไม่ได้ส่งสัญญามาให้ สปส.ดู
นายปั้นกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกันตนสามารถแจ้งความจำนงขอกู้เงินที่ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 5 แห่งได้เลย เฉลี่ยไว้ให้ธนาคารแต่ละแห่งกว่า 1,000 ล้านบาทสำหรับการนี้ แต่หากธนาคารใดมีผู้ประกันตนเข้าไปใช้บริการมาก สปส.จะสนับสนุนให้เพิ่ม แต่ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารแข่งขันกัน ดังนั้น หากธนาคารใดช้า เงิน 10,000 ล้านบาทก็จะหมดก่อน สำหรับเงินในแต่ละก้อนนั้น จะยังไม่นำไปฝากไว้ที่ธนาคารใดๆ จนกว่ามีผู้ประกันตนทำเรื่องกับธนาคารเสร็จ และส่งเรื่องมาให้แล้ว สปส.ถึงจะมีการนำเงินไปฝากที่ธนาคารแห่งนั้น
เลขาธิการ สปส.กล่าวต่อไปว่า การให้สินเชื่อครั้งนี้ค่อนข้างยืดหยุ่นมาก เพราะต้องการให้ผู้ประกันตนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยอาจกู้เงินเพื่อซ่อมบ้านให้บิดาหรือมารดาก็ได้ หรือหากต้องผ่อนบ้านอยู่ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7-8 สามารถกู้เงินส่วนนี้ไปโปะแทนได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.5 %เท่านั้น ทั้งหมดนี้สามารถติดต่อโดยผ่านธนาคาร และธนาคารใดจะตั้งเงื่อนไขอย่างไรก็ต้องไปแข่งกันในการให้บริการกับผู้ ประกันตนกันเอง เพราะเงินมีอยู่จำกัด
นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย และอดีตกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า เมื่อก่อน สปส.เคยให้สินเชื่อในลักษณะนี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ลูกจ้างที่จะกู้ได้ต้องผ่านโครงการบ้านจัดสรรที่ สปส.ขึ้นทะเบียน ในที่สุดแล้วลูกจ้างจึงเข้าไม่ถึงการกู้เงิน ขณะเดียวกันบริษัทรับเหมาหรือบ้านจัดสรรได้ทำ "บัญชีผี" โดยการเอาชื่อผู้ประกันตนไปกู้ ครั้งนี้หากให้ผู้ประกันตนสามารถกู้ได้เลยก็เป็นเรื่องที่ดี แม้ในความเป็นจริงคนที่มีรายได้น้อยอาจกู้ยาก เพราะธนาคารต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะกู้ได้ในวงเกินไม่เกินร้อยละ 40 ของรายได้ เพราะต้องนำรายได้ที่เหลือไว้กินใช้
"ผมดูแล้วคนที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือคนที่มีรายได้ 40,000-50,000 บาทขึ้นไป แต่คนที่มีรายได้ 10,000-20,000 บาทคงกู้ยาก เพราะธนาคารคงไม่ปล่อยง่ายๆ ยิ่งคนที่เคยกู้แล้ว ยิ่งลำบาก แต่หากการกู้ครั้งนี้สามารถเอาไปรวมกับหนี้เก่าโดยใช้หลักประกันเดิมได้ก็ เป็นสิ่งที่ดี" นายชัยสิทธิ์กล่าว
ที่มาของข่าว:
http://www.prachachat.net