| ประกันสังคมเทอีกพันล้านให้กู้ซื้อบ้าน
ผู้ประกันตน กับสำนักงานประกันสังคม ยิ้มร่า สปส.หว่านงบ 1 พันล้านบาท ปล่อยให้กู้ซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำ เผยหลักเกณฑ์ เป็นสมาชิกaค่ปีเดียวก็เข้าโครงการได้ นำร่องพื้นที่กทม. ปริมณฑล เริ่มเปิดจอง 2 ธ.ค. นี้ "สมศักดิ์" โว ไปเลือกบ้านไว้ก่อนได้เลย ถูกใจหลังไหนBื่นรายละเอียดเข้ามาให้ สปส.พิจารณา ขณะที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตรียมเสนอแก้กฎหมายคุ้มครองลูกจ้างหลายกรณี
ประกันสังคมn ต่อจากหน้า 1 ดอกเบี้ยต่ำ เผยหลักเกณฑ์ เป็นสมาชิกแค่ปีเดียวก็เข้าโครงการได้ นำร่องพื้นที่ กทม. ปริมณฑล เริ่มเปิดจอง 2 ธ.ค. นี้ "สมศักดิ์" โวไปเลือกบ้านไว้ก่อนได้เลย ถูกใจหลังไหนยื่นรายละเอียดเข้ามาให้ สปส.พิจารณา ขณะที่กรมสวัสดิการและคุ้ม$รองแรงงาน เตรียมเสนอแก้กฎหมายคุ้มครองลูกจ้างหลายกรณี
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า จากการศึกษาโครงการบ้าน สปส.-ธอส. พบว่ามีผู้ประกันตนมาเข้าชื่อแสดงความต้องการกู้เพื่อซื้อบ้านมากถึง 2.1 แสนคน แต่มีผู้ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคารเพียง 3,899 รายเท่านั้น ตนจึงให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) คิดหาแนวทางใหม่ที่จะให้ผู้ประกันตนได้ซื้อบ้านราคาถูก มีคุณภาพแต่ดอก เบี้ยต่ำ ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้นาน และมีเงื่อนไขไม่ยุ่งยาก โดยโครงการดังกล่าว สปส. จะนำเงินกองทุนประมาณ 1,000 ล้านฒาท ไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อเป็นเงินกองทุนให้ผู้ประกันตนกูiซื้อบ้านในสถานที่ใกล้เคียงกับสถานที่ทำงาน ตามโครงการที่มีการตกลงไว้กับเจ้าของโครงการ อาทิ บ้านเดี่ยว บ้าน แฝด ทาวน์เฮาส์ และอาคาร ชุด เป็นต้น โดยจะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.5 เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นจะคิดดอกเบี้ยปกติของธนาคารคือ เอ็มแอลอาร์ลบ (MLR-0.75)
"ผู้ประกันตนที่สนใจจะซื้อบ้าน สามารถไปดูบ้านได้ หากถูกใจหลังไหนก็สามารถนำรูปแบบมาเพื่อขอยื่นกู้กับธนาคารได้ และธนาคารจะเป็นผู้พิจารณาตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่วางเอาไว้ ซึ่งจะง่ายกว่าโครงการ สปส.-ธอส. เพราะหลักเกณฑ์ต่าง ๆ สปส. ร่วมกับธนาคารที่ทำสัญญาเป็นผู้กำหนด ที่คุยกันคร่าว ๆ คืออาจจะกู้ได้ตั้งแต่ราคา 2-5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนที่จะมีสิทธิขอซื้อบ้าน สปส. 1506 นี้ได้ จะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป ส่วนเรื่องเงินดาวน์มากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับตามจำนวนปีที่จ่ายเงินสมทบ" นายสมศักดิ์ กล่าว
รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า โครงการนี้ ถือเป็นการขยายฐานผู้ประกันตน โดยเร่งรัดให้นายจ้างขึ้นทะเบียน พร้อมทั้งยังช่วยลดการขาดแคลนแรงงานที่เกิดจากการเปลี่ยนงาน ย้ายถิ่น โดยโครงการนี้จะนำร่องในพื้นที่จังหวัดที่มีแรงงานมากในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อน อาทิ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี เป็นต้น หากประสบความสำเร็จ และผู้ประกันตนมีความต้องการมากจะขยายไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้ประกันตนแสดงความจำนงได้ภายในวันที่ 2 ธ.ค. เป็นต้นไปพร้อมกับเปิดให้ผู้รับเหมา หรือเจ้าของโครงการมาเสนอโครงการ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการได้ในต้นเดือน ม.ค. 2549
นางบุญราศรี บูรพธานินทร์ ผอ.สำนักบริหารการลงทุน สำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการบ้าน สปส.-ธอส.ว่า ล่าสุดมีผู้ที่ได้สิทธิตามโครงการ มาแจ้งชื่อขอกู้จำนวน 1.7 แสนราย มีผู้ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว 3.8 พันราย วงเงิน 2.2 พันล้านบาท อยู่ระหว่างการดำเนินการ 716 ราย วงเงิน 3.5 ร้อยล้านบาท ทั้งนี้ที่เห็นว่ามีผู้ได้รับการอนุญาตน้อยนั้น ก็เพราะบางรายไม่ต้องการที่จะอยู่จริงเพียงแต่ยื่นมาเพื่อรักษาสิทธิเท่านั้น บางรายนายจ้างไม่ให้ความร่วมมือ เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นภาระ บางรายไม่มีที่อยู่ที่ชัดเจน ปัญหาหลักประกันไม่มี ปัญหาเครดิตผู้ประกันตนถูกแบล็กลิสต์ เป็นต้น
"การลงทุนทางสังคมเป็นสิ่งที่เราต้องเน้นเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน ผู้ที่เป็นเจ้าของเงิน ที่ผ่านมา สปส.ได้ลงทุนไปแล้วหลายโครงการ เช่น เอาเงินไปฝากแบงก์เพื่อให้แรงงานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศกู้ในอัตราดอกเบี้ยถูก ให้เงินกู้เพื่อเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย โครงการบ้าน สปส.-ธอส. เป็นต้น" นางบุญราศรี กล่าว
ด้านนายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการเตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ว่าเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง โดยประเด็นหลักคือการให้ความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานโดยวิธีเหมาค่าแรง ซึ่งนายจ้างต้องให้การคุ้มครอง ไม่ว่านายจ้างจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงาน หรือรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างให้คนที่มาทำงานหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ยังเสนอให้แก้ไขมาตรา 16 ที่ระบุห้ามมิให้นายจ้างหรือผู้ซึ่งเป็นหัวหน้างาน ผู้คุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกินทางเพศต่อลูกจ้างซึ่งเป็นหญิง หรือเด็ก โดยให้ตัดคำว่า "ซึ่งเป็นหญิงหรือเด็ก" ทิ้งไป เพื่อให้ครอบคลุมถึงลูกจ้างชาย อีกเรื่องคือ เสนอแก้ไขห้ามลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานบริการตาม พ.ร.บ. สถานบริการ นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงกรณีนายจ้างจัดให้ลูกจ้างหยุดงานในวันหยุด น้อยกว่าวันหยุดที่กฎหมายกำหนดไว้ นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาเสมือนให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดด้วย
น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งสูงเนิน หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า การแก้กฎหมายให้มีการคุ้มครองลูกจ้างผู้ชายด้วยนั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งที่น่าจะมีการแก้ไขคือควรให้มีการพิจารณาความอาญามาอยู่ในศาลแรงงานกลาง เนื่องจากปัจจุบันแม้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ระบุให้เอาผิดกับนายจ้างที่ล่วงละเมิดสตรีและเด็ก โดยกำหนดโทษปรับไว้ 2 หมื่นบาท แต่หากเป็นโทษอาญาต้องฟ้องที่ศาลอาญาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นควรมีการแก้ไขให้มีการพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางไปในคราวเดียว กันเลย เพื่อไม่ให้คดียืดเยื้อและต้องพิจารณาหลายครั้ง "สถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศต่อลูกจ้างนั้น เคยได้ยินคำบอกเล่ามามาก แต่ไม่มีใครกล้ามาร้องที่มูลนิธิฯ เพราะส่วนมากผู้ที่ถูกละเมิดจะรู้สึกอาย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชาย ที่สำคัญ ตัวนายจ้างเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่า จึงไม่มีลูกจ้างคนใดที่เห็นเหตุการณ์กล้าเป็นพยานให้" หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรีฯ ย้ำ.
ที่มา เดลินิวส์ |