
|
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของโครงการเรดบูล สปิริต ภายใต้ทีม "เรดบูล สปิริต 2010 ใจอาสาคือความหวัง" ปีนี้ "สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา" ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด ยังแรงดีไม่มีตก เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมอาสาใน 4 แผนงาน
1 ใน 4 แผนงานนี้มีแผนงานใหม่ที่ริเริ่มทำในปีนี้ คือ แผนงาน "เมืองมีน้ำใจ" เพื่อให้คนที่อยู่อาศัยในเมืองที่มีเวลาไม่มากได้ร่วมกันช่วยคิดช่วยทำความดี ร่วมเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์ให้กับสาธารณะผ่านโครงการอาสาสมัครเพื่อเมืองมีน้ำใจ จุดประกายใจอาสาในเมืองใหญ่ สนับสนุนให้คนในชุมชนเมืองทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมปรับภูมิทัศน์ กิจกรรมกับเด็กและเยาวชนในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ การช่วยครูดูแลเด็กพิการทางสมองและปัญญา
โครงการจะเริ่มต้นในกรุงเทพฯเป็นแห่งแรกใน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม ซึ่งมีทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกัน ข้างริมคลองที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้คลองกำลังแคบลงและตื้นเขินมากขึ้น ชาวชุมชนจึงร่วมกันพัฒนาลำคลองเพื่อให้กลับมาใสสะอาดเป็นที่อยู่ที่ใช้ประโยชน์ของชุมชนให้ยาวนาน
แหล่งที่ 2 คือ ชุมชนวัดนาค-สี่บาท เขตบางขุนเทียน ซึ่งจัดว่าเป็นชุมชนแออัด ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้น้อย เยาวชนเสี่ยงกับภัยสิ่งเสพติด และมีการอพยพย้ายถิ่นในอัตราสูง ชาวชุมชนจึงต้องการร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์ของชุมชนให้สะอาด มีแสงสว่าง ปลอดภัย และปกป้องลูกหลานให้รอดพ้นจากความเสี่ยงต่าง ๆ
ชุมชนที่ 3 คือ โรงเรียนวัดราชสิงขร เขตบางคอแหลม ในชุมชนนี้มีนักเรียน ผู้พิการทางสมองและปัญญา 23 คน เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ขณะที่โรงเรียนยังขาดแคลนห้องน้ำที่มีทางลาด เหมาะสมกับการใช้งานของเด็กพิเศษ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การทำงานร่วมกับชาวชุมชนแห่งนี้ คือ เด็กพิเศษเหล่านี้ต้องการความเข้าใจ การยอมรับและการปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนกับเด็กปกติทั่วไป
การเข้าร่วมกิจกรรมกับเรดบูล สปิริต ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถดาวน์โหลดใบสมัครผ่านเว็บไซต์ www.redbullspirit. org และกรอกข้อมูลใบสมัครส่งกลับไปที่ อีเมล์แอดเดรสที่แจ้งในขั้นตอนการรับสมัคร หรือทางโทรสาร แล้วหลังจากนั้นฝ่ายระบบของโครงการจะแจ้งลำดับที่การลงทะเบียนให้ทราบทางอีเมล์ และจะมีการสุ่มเลือกผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง
แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านสถานที่ที่ในการจัดกิจกรรมอาสา ทำให้ผู้จัดทำโครงการสามารถรับอาสาสมัครได้จำนวนจำกัด "สุทธิรัตน์" ระบุว่า จากการทำงานใน 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1 หมื่นคน แต่ทางเรดบูลฯสามารถรับอาสาสมัครได้เพียง 1,500 คน และในปีที่ 3 นี้ได้มีแกนนำอาสาซึ่งเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน โดยคนเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในกระบวนการคิดและดูแลกิจกรรม เขาต้องเข้ามาประชุมกับทีมงาน มาเตรียมงาน 1 สัปดาห์ก่อนที่จะมีกิจกรรมในครั้งต่อไป
"ตอนนี้เรามีพี่เลี้ยงอาสาหรือแกนนำอาสาเพิ่มขึ้นแล้วหลายสิบคน คนเหล่านี้เขาเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วยใจ เขาคิดว่าเขาได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นมาแล้ว และเขาก็อยากแบ่งปันความรู้สึกนั้นออกไป" สุทธิรัตน์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การทำกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด นับว่ามีจุดเริ่มต้นจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับพนักงานของบริษัทมานานหลายปี ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานในสำนักงานใหญ่ 200 คน ฝ่ายผลิตที่อยู่ในโรงงาน 1,700 คน และยังไม่ร่วมพนักงานของบริษัทในเครืออีกหลายคน แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านเวลาจึงทำให้โครงการเรดบูลฯรับพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งได้ ไม่เกิน 15-20 คน
ดังนั้น "สุทธิรัตน์" จึงได้เริ่มคิดทำโครงการใจอาสาที่จะเอื้ออำนวยในเรื่องของเวลาและสถานที่ให้กับพนักงานหรือคนที่ทำงานในเมืองได้มากขึ้น ด้วยการจัดทำแผนงานเมืองมีน้ำใจ เนื่องจากชุมชนที่เริ่มทำโครงการด้วยอยู่ในกรุงเทพฯและยังต้องการอาสาสมัครอีกจำนวนมากเข้าร่วมโครงการ โดยในเบื้องต้นพนักงานของบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดงจะสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานอาสาสมัครเพื่อสังคมในชุมชนละ 100 คน เป็นการสร้างคุณค่าของการทำงานเพื่อคนอื่น และเป็นส่วนหนึ่งของ 1 ใน 5 นโยบายหลักของการประกอบกิจการของบริษัทที่ต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ
โดยโครงการเรดบูลฯที่ผ่านมา 2 ปีและก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 นี้ สุทธิรัตน์ระบุว่า เธอใช้เงินของบริษัทไปแล้ว 50 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากกับคุณค่าที่เธอและคนที่เข้าร่วมโครงการได้รับ เพราะอาสาสมัครทุกคนมาด้วยใจและพร้อมจะแบ่งปันให้กับคนอื่น ๆ แต่สำหรับผู้บริหารอย่างเธอสิ่งที่สุทธิรัตน์ได้รับกลับคืน คือ ความรู้ ข้อมูลด้านชุมชน คน ธรรมชาติจำนวนมหาศาล ซึ่งเธอบอกว่าจะทำงานด้านนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะเธอทำแล้วมีความสุข มีเพื่อน มีภาคี มีการขยายผลจากกลุ่มเล็ก ๆ ไปสู่ระดับประเทศ สังคม ชุมชน ในขณะที่บริษัทก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ทั้งนี้ โครงการเรดบูลฯในปีที่ 3 ยังมีแผนงานอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนงานด้านความมั่นคงทางอาหาร และแผนงานช่วยเหลือผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา และเร็ว ๆ นี้ในระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์จะมีกิจกรรมแรกของปีในโครงการเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตตามแผนงานความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง และศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์ พันพรรณ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อเรียนรู้ถึงการพึ่งตนเอง ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ และรู้วิธีฝึกกิน ฝึกอยู่ให้แก่อาสาสมัคร
หน้า 26
วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4180 ประชาชาติธุรกิจ
|