สื่อข่าวรายงานว่าตามที่รัฐบาลไทยเรียกและรัฐบาลกัมพูชาได้เรียกเอกอัคราชทูตของทั้งสองประเทศกลับประเทศ ภายหลังจากทราบข่าวว่ารัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่มีคำสั่งปิดด่านที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ ทำให้สถานการณ์ด้านชายแดนจันทบุรี(9 พ.ย.52) ผ่อนคลายลงมาก ส่วนสินค้าที่ค้างสต๊อกทางผู้ประกอบการได้เร่งระบายออก เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์อนาคต โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค อาทิ อาหารแห้ง ข้าว น้ำ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ รวมทั้งเวชภัณฑ์ยารักษาโรค ด้านแรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามารับจ้างเก็บลำใย ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาวในจังหวัดจันทบุรี ยังคงหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากเหมือนเดิม โดยได้รับอัตราค่าจ้างวันละ 80 ถึง 90 บาท ต่อคน ลช นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สัมพันธภาพระหว่างท้องถิ่นบริเวณชายแดนอำเภอโป่งน้ำร้อนอำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรีกับกรุงไพลินและจังหวัดพระตะบอง ยังคงมีสัมพันธภาพที่ดีแบบบ้านพี่เมืองน้องและผู้บริหารท้องถิ่นของพื้นที่ชายแดนทั้งจันทบุรีและกัมพูชาคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์