| คำถาม
ผมเป็นผู้บริหารอยู่ในองค์กรที่ค่อนข้างใหญ่ มีธุรกิจกระจายอยู่ในภมิภาคแถบนี้ไปจนถึงประเทศจีนและคนในบริษัทเองก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องเดินทางต่างประเทศกันบ่อย รวมทั้งมีโอกาสที่จะเจอกับลูกค้าหรือบรรดาคู่ค้าจากต่างประเทศก็มาก ทีนี้อย่างที่คุณดิลกรู้นะครับว่า เป็นช่วงที่ไข้หวัดหมูกำลังระบาด แล้วก็น่ากังวลซะด้วยว่าจะติดกันได้แบบง่ายๆ ผมเลยอยากทราบว่า เราควรจะกำนหดเป็นมาตรการอย่างไรบ้างครับ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันผมก็ไม่อยากให้เกิดการตื่นตระหนกในหมู่พนักงาน จนไม่เป็นอันทำการทำงานกัน แล้วจะยุ่งกันไปใหญ่ ขอข้อแนะนำจากคุณดิลกด้วยครับ-บรรเจิด
คำตอบ
อีเมล์ของคุณบรรเจิดส่งมาถึงผมรอคิวตอบ ก็เป็นช่วงที่รัฐบาลเขาได้เปลี่ยนชื่อเป็นไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 ไปแล้ว เพื่อเป็นการเรียกให้สอดคล้องกับหน่วยงานราชการ ผมก็ขอเรียกตามเขาแล้วกันนะครับว่า เป็นไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 ผมเห็นด้วยครับว่าจะต้องทำอย่างรัดกุม และไม่ให้เกิดการตื่นตระหนก ไม่อย่างนั้นแล้ว จะกลายเป็นผลลบกับบริษัทได้
การวางมาตรการเรื่องทำนองอย่างนี้ จะมีหลักสำคัญคือ ต้องรวมศูนย์ ต้องวางมาตรการในลักษณะของการอิงกับสถานการณ์ และจะต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนทั่วถึง
ที่ผมว่ารวมศูนย์ ก็คือ คุณบรรเจิดตะต้องกำหนดให้มีคณะทำงานที่รายงานตรงต่อผู้บริหารสูงสุดโดยให้คนกลุ่มนี้มีหน้าที่ในการวางาตรการ ติดตาม และกำหนดรายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่งให้ผู้บริหารระดับสูงสุดสั่งการและตัดสินใจ ซึ่งเรื่งอนี้สำคัญ เพราะหากให้เราปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการปกติ คงจะไม่ทันการหากสถานการณ์เลวร้ายขึ้น โดยคณะทำงานจะต้องประกอบด้วยผู้บริหารสูงสุดของแต่ละหน่วยงาน แล้วให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้ประสานงานในภาพรวมทั้งหมด เพราะเขาดูเรื่องคน เขาจึงต้องเป็นตัวหลัก นอกจากนี้ อาจจะต้องมคณะทำงานย่อยรายงานตรงต่อคณะทำงานใหญ่ เช่น คณะทำงานด้านการสื่อสารและข้อมูล คณะทำงานด้านการกำหนดมาตรการป้องกัน คณะทำงานด้านการตรวติดตาม
ส่วนเรื่องมาตรการจะต้องเป็น 2 มาตรการใหญ่ คือ มารตรการบังคับที่ต้องทำ เช่น การกำหนดให้ดูแลสุขอนามัยพื้นฐาน การกำหนดให้มีการสื่อสาร การกำหนดกฎเกญฑ์การเดินทาง เป็นต้น จากนั้น ก็กำหนดมาตรการตามขั้นตอนของความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้อิงกับประกาศของทางการเป็นหลักว่าตอนนี้อยู่ระดับใด เช่น หากมีการติดต่อในบ้านเราแล้วแต่ยังห่างที่ทำงาน ก็อาจจะบังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา รวมทั้งอาจงดรับแขก หรือพอสถานการณ์มีคนป่วยมากขึ้น มีผู้ป่วยตึกเดียวกับเรา ก็อาจต้องติดตั้งอุปกรณ์การฆ่าเชื้อ การอาบแสง หรืออาจไปไกลถึงปิดสำนักงาน ทำงานจากบ้าน อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งคุณบรรเจิดและทีมงานจะต้องคิดตามเงื่อนไขของบริษัท และสถานการณ์
ส่วนเรื่องการสื่อสารนี่ก็สำคัญมากครับ คุณบรรเจิดจะต้องใช้ทุกช่องทางของการสื่อสาร โดยในสถานการณ์แบบนี้จะมีเนื้อหาหลักของการสื่อสารอยู่ 2 รูปแบบคือ รูปแบบของการแจ้งเพื่อทราบถึงสถานการณ์และการแจ้งเพื่อสั่งให้ดำเนินการ ทีมที่จะคอยติดตามสถานการณ์ตรงนี้จะต้องตามอย่างใกล้ชิด และรู้วิธีการนำเสนออย่างดีโดยจะต้องให้กระชับและตรงประเด็น ไม่อย่างนั้น จะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการสั่งว่าจะต้องทำอะไร แค่ไหน ควรจะให้ผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้สั่งจะดีที่สุด
ขอให้คุณบรรเจิด และผู้อ่านทุกท่านปลอดภัยจากไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ปี 2009 นะครับ
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ |