ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปี 52 เหนื่อย! ผู้ประกอบการจ่อเลิงจ้างพนักงาน-ยุบกองทุน ผลพวงวิกฤตเศรษฐกิจโลก สมาคมบลจ.ถกหาทางออกลดส่งเงินสมทบ
นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ถึงแนวโน้มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปีนี้ว่า คาดว่าอัตราการขยายตัวจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้เงินไหลเข้าลดลง จากการที่บริษัทชะลอจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้
ขณะเดียวกันแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังทำให้ โอกาสที่นายจ้างจะเลิกจ้างพนักงาน หรือเปิดโครงการเออรี่รีไทร เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานมีสูงขึ้น ซึ่งทำให้มีเงินไหออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จัดตั้งอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ในปีนี้ก็มีมีความเป็นไปได้สูงมากที่ผู้ประกอบการประสบปัญหาทางการเงิน มีการยกเลิกกองทุน จากปัญหาการปิดกิจการ หรือยกเลิกเพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุน
"ในช่วงปลายปีที่ผ่านมามีนายจ้างโทรเข้ามาหารือกับเรา เพื่อขอลดส่งเงิน เพราะประสบปัญหาทางการเงินจากวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้น ล่าสุดตั้งแต่ช่วงต้นปี เริ่มมีบางบริษัทขอให้มีการหยุดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ชั่วคราว เหมือนกับครั้งที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 40 ก็มี เพราะเขาไม่สามารถแบกรับต้นทุน แต่ก็ไม่อยากยกเลิกกองทุน เพราะอาจกระทบกับเงินออมของพนักงาน"
นายเกษตร กล่าวว่า ในวันนี้ (4 ก.พ.) กลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) จะมีการประชุมประจำเดือน คาดว่าจะมีการหยิบยกประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เข้าสู่การประชุม เพื่อสรุปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนายจ้าง ก่อนที่จะนำเรื่องเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำเข้าหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อบรรเทาผลกระทบของนายจ้าง
สำหรับการลดเงินส่งเงินสมทบเข้ากองทุนในส่วนของนายจ้าง อาจช่วยให้ผู้ประกอบการชะลอการเลิกจ้างพนักงานได้ในระดับหนึ่ง จากเดิมที่ต้องจ่ายสมทบเข้ากองทุนในอัตรา 3% เหลือ 2% ตามกฎหมายระบุ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการนายจ้าง และลูกจ้าง แต่ละบริษัทว่าจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่
ส่วนที่มีความกังวลว่าอาจมีนายจ้างบางแห่ง ฉวยโอกาสลดส่งเงินสมทบลูกจ้างนั้น คงขึ้นอยู่กับความจริงใจของนายจ้าง และกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการในส่วนของลูกจ้างด้วย
สำหรับภาพรวมของกลุ่มธุรกิจจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปีที่ผ่านมา ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2551 มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 465,296 ล้านบาท เติบโตจาก 441,720 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2550 ขยายตัว 5% มีจำนวนนายจ้าง 9,545 ราย เพิ่มขึ้น 16.5% จำนวนพนักงานที่เป็นสมาชิกจำนวน 2,031,674 คน เพิ่มขึ้น 5.1%
เนื้อหาโดย : กรุงเทพธุรกิจ