|
3แอร์ไลน์ จ่อลอยแพนับพันชีวิต
|
|
แอร์ไลน์ลดไซซ์ฝ่าวิกฤตน้ำมัน ทยอยลดอัตราจ้างงานนับพันคน" นกแอร์" เลย์ออฟพนักงานเอาต์ซอร์ซ 200 คน แต่จะหาบ้านใหม่ให้ ชี้คุมสถานการณ์ได้หลังลดภาระขาดทุนจาก 40 เหลือ 2 ล้านบาทต่อเดือน ยันหลังกันยายนนี้หารือผู้ถือหุ้นขอเพิ่มทุน ขณะที่"บินไทย"เล็งเปิดโครงการโกลเด้นท์ แฮนเชค 400 อัตรา ด้าน"วันทูโก" คาดปลดพนักงานไม่ต่ำกว่าร้อยคน ทั้งดีเลย์แผนเปิดบิน จนกว่าเคลียร์ปัญหาเสร็จ ส่วนขอ.แจงยอดยกเลิกเที่ยวบินแค่ 2 เดือนปาไปร่วม900เที่ยวบิน ที่นั่งหายไปกว่า 1.2 แสนที่นั่ง
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าจากการลดจำนวนเที่ยวบินของสายการบินต่างๆของไทยขณะนี้ รวมถึงนกแอร์ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าการลดต้นทุนดำเนินธุรกิจการบินจากผลกระทบราคาน้ำมัน โดยลดอัตราการจ้างงานลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยนกแอร์นอกจากลดเงินเดือนฝ่ายบริหารลง 25% และลดเงินเดือนเฉลี่ยลง 5-10% สำหรับพนักงานที่มีฐานเงินเดือนสูงกว่า15,000 บาท ก็ได้เลิกจ้างพนักงานที่เคยจ้างผ่านบริษัทเอาต์ซอร์ซ ซึ่งเป็นฝ่ายบริการภาคพื้นรวมแล้วประมาณ 200 คน
"การเลิกจ้างพนักงานบางส่วน เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อประคองให้สายการบินอยู่รอดในช่วงนี้ เพราะนกแอร์ได้ลดจำนวนเที่ยวบินจาก 11 เหลือ 6 จุดบินคือ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่
อุดรธานี นครศรีธรรมราช และตรัง เหลือจำนวนเที่ยวบินอยู่ที่30 เที่ยวบินต่อวัน ลดการใช้เครื่องบินจาก 9 ลำเหลือ 3 ลำ ดังนั้นเมื่อลดขนาดองค์กรลง ก็ย่อมกระทบต่อพนักงาน"
แต่ขณะเดียวกันนกแอร์ก็เข้าใจความเดือดร้อนของพนักงาน จึงได้จัดทำโครงการหาบ้านใหม่ให้ โดยให้เขียนใบสมัครงานและประสานงานกับพันธมิตรทางธุรกิจส่งไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ เช่น สายการบินลุฟท์ฮันซ่า,มาสเตอร์ การ์ด กรุ๊ป ทั้งกำลังประสานไปยังบริษัท คิงเพาเวอร์ฯ และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)หรือดีแทค เพื่อหารือที่จะจัดทำโครงการทรานส์เฟอร์พนักงานระหว่างกัน เพื่อให้พนักงานนกแอร์มีโอกาสได้ย้ายไปทำงานตามเน็ตเวิร์กต่างๆของดีแทค คาดว่าอีกไม่เกิน 1 เดือนนี้จะดำเนินการได้
นายพาที กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ของนกแอร์หลังจากดาวน์ไซซ์องค์กรเพื่อลดค่าใช้จ่ายไปแล้ว จะปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินอีก 15% เพื่อให้สอดรับกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงไปมาก ขณะที่ความต้องการเดินทางของผู้โดยสารยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ดีมานด์มากกว่าซัพพลาย ทำให้อัตราการบรรทุกเฉลี่ยค่อนข้างสูงโดยในเดือนกรกฎาคมมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 88%
ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงจาก 139 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนมาเหลืออยู่ที่ 118 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลในขณะนี้ ทำให้สถานการณ์ของนกแอร์ดีขึ้นมาก ถือว่าผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว เห็นได้จากผลประกอบการที่เคยขาดทุนอยู่ 40 ล้านบาทในเดือนมิถุนายนเหลือขาดทุนอยู่ 2 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม คาดว่าในเดือนกันยายนนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น ผลประกอบการก็จะนิ่ง ส่งผลให้นกแอร์เริ่มมองถึงแผนการบริหารที่สร้างความมั่นใจให้แก่บริษัทเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้การที่จะทำให้บริษัทหลุดพ้นภาวะการขาดทุนประกอบด้วย 1.การพิจารณาแนวทางที่จะทำเฮดจิ้งน้ำมัน(ซื้อประกันน้ำมัน)เอง แทนที่จะซื้อผ่านการบินไทย 2.หารือร่วมกับการบินไทยถึงการปรับเส้นทางบินเพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจระหว่างกัน 3.หารือกับผู้ถือหุ้นถึงการเพิ่มทุน เพื่อให้บริษัทมีสภาพคล่องและขยายธุรกิจได้ต่อไป
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ประกอบการธุรกิจการบินของไทย เปิดเผยว่า แผนการลดค่าใช้จ่ายจากผลกระทบราคาน้ำมัน นอกจากลดเที่ยวบินแล้ว การลดจำนวนพนักงานก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ ซึ่งพนักงานของคอลล์เซ็นเตอร์ การบริการภาคพื้น รวมไปถึงพนักงานเอาต์ซอร์ซจะได้รับการเลิกจ้างเป็นกลุ่มแรก ขณะที่พนักงานในกลุ่มของลูกเรือและส่วนอื่นๆรวมถึงฝ่ายบริหารจะถูกลดเงินเดือนมากน้อยในอัตราที่แตกต่างกัน โดยนกแอร์เฉลี่ยอยู่ที่ 5-25% แต่วันทูโกถือว่าพนักงานที่ยังไม่ถูกปลด จะถูกลดเงินเดือนอยู่ที่ 15-50%
กรณี"วันทูโก" นี้ยังถูกกรมการขนส่งทางอากาศ(ขอ.)สั่งพักการบินชั่วคราว 30 วัน ทำให้บริษัทขาดรายได้และซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก แม้ว่าจะยังสามารถหารายได้จากธุรกิจในนามสายการบินโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์สรวมไปถึงธุรกิจเช่าเหมาลำ แต่ค่าใช้จ่ายในวันทูโกก็มีค่อนข้างสูงทำให้ขณะนี้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง จนต้องเตรียมจะปลดพนักงานที่มีอายุงานไม่ถึง 1 ปีในทุกแผนกรวมไม่ต่ำกว่า 100 คนเพื่อลดภาระการขาดทุน
ด้านแหล่งข่าวจาก บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน)( บมจ.)เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทกำลังประสบปัญหาซึ่งจะกระทบต่อการขาดทุนในไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน 2551)อย่างแน่นอน เพราะนอกจากราคาน้ำมันแล้วยังได้รับผลกระทบขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ซึ่งขณะนี้บอร์ดของบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะเปิดโครงการโกลเด้น แฮนเชค หรือโครงการร่วมใจจาก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 400 คน หรือเบ็ดเสร็จแล้วจะมีพนักงานที่ถูกเลิกจ้างและกำลังเตรียมจะถูกเลิกจ้างรวมกว่าพันคน
ขณะที่นายอุดม ตันติประสงค์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการบินวันทูโก กล่าวในเรื่องเดียวกันว่าบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดพนักงาน ซึ่งกำลังรวบรวมรายชื่อและข้อเสนอต่างๆของพนักงาน แต่ยังสรุปจำนวนที่ชัดเจนไม่ได้ เบื้องต้นมีออกมาชุมนุมเรียกร้องในเรื่องนี้ประมาณ 100 คน ขณะที่ยังมีพนักงานอีกครึ่งหนึ่งได้อนุญาตให้พักลางานยาวไปจนกว่าบริษัทพร้อมจะเปิดให้บริการอีกครั้ง
"ทั้งนี้ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางอากาศหรือขอ.กำหนด ซึ่ง อาจล่าช้าไปบ้างจากที่กำหนดปิดบินหลังวันที่ 5 กันยายนนี้ เพราะต้องการเคลียร์ปัญหาต่างๆให้แล้วเสร็จและคงต้องมองถึงการดึงกลุ่มทุนเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ด้วย "
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศหรือขอ.กล่าวว่า ในขณะนี้ได้รับการแจ้งยกเลิกและลดเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ มีทั้ง การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ รวมถึงวันทูโกที่ถูกสั่งพักการบิน (เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม)มีจำนวนกว่า 900 เที่ยวบิน มีจำนวนที่นั่งหายไปไม่ต่ำกว่า126,884 ที่นั่ง ซึ่งในเดือนมิถุนายนได้ลดเที่ยวบิน 413 เที่ยวบิน เดือนกรกฎาคมลด 462 เที่ยวบิน เฉลี่ยแล้วมีเที่ยวบินในประเทศลดลงเดือนละประมาณ 10% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง
อนึ่งจากผลกระทบจากราคาน้ำมันได้เกิดวิกฤติในอุตสาหกรรมการบินอย่างมาก ซึ่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือไออาต้า ประเมินว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จะทำให้ต้นทุนน้ำมันของสายการบินทั่วโลกเพิ่มเป็น 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งหากราคาน้ำมันยังอยู่ระดับ 135 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จะทำให้ปีนี้อุตสาหกรรมการบินโดยรวมขาดทุนสูงมากถึง 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ปัจุบันมีสายการบินหยุดบินไปแล้วรวม 25 สาย ส่วนใหญ่เป็นสายการบินขนาดเล็ก อาทิ ซิลเวอร์เจ็ต แอร์ไลน์สในอังกฤษ ฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์สในสหรัฐอเมริกา ขณะที่สายการบินที่ยังอยู่ก็ใช้มาตรการลดต้นทุนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นลดจำนวนเที่ยวบิน และลดพนักงาน อาทิ คอนติเนนตัล แอร์ไลน์ส ลดพนักงานไปแล้ว 3,000 คน แอร์แคนาดาอยู่ที่ 2,600 คน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์สอยู่ที่ 2,000 คน สายการบินบริติซ แอร์เวย์และแควนตัส ก็กำลังพิจารณาการลดพนักงานลงเช่นกัน ขณะเดียวกันสายการบินต่างๆก็ประสบปัญหาการขาดทุนกันถ้วนหน้า อาทิ คาเธ่ย์แปซิฟิคที่ขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ที่มา : thannews.th.com |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|