| น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า จากการร่วมหารือกับนางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน เห็นด้วยในหลักการเบื้องต้นถึงการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการใช้เงินจากกองทุนประกันสังคม เนื่องจากที่ผ่านมาลูกจ้าง หรือพนักงานเอกชนที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมในส่วนที่เป็นค่าประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลต่างๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งปัญหาเกิดจากความไม่เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของการรักษา หลายคนต้องไปซื้อประกันสุขภาพเพิ่มจากบริษัทประกันชีวิต รวมถึงมีบางบริษัทได้ซื้อประกันสุขภาพหมู่ให้กับพนักงานทำให้เกิดความสูญเปล่าในส่วนของเงินที่จ่ายให้กับการประกันสุขภาพของกองทุนประกันสังคม ดังนั้น หากเอาเงินส่วนที่เหมาจ่ายนี้มาต่อยอดการซื้อประกันสุขภาพจะเป็นประโยชน์มากขึ้น เพราะจะครอบ คลุมการรักษาที่ครบถ้วนมากขึ้นและไม่จำกัดเฉพาะโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง
ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าวคงต้องหารือในรายละเอียดอีกครั้งว่าจะออกมาอย่างไร และสามารถนำไปใช้ได้เมื่อ ไร รวมถึงการบริหารงานดังกล่าวจะยังคงเป็นหน้าที่ของกองทุนประกันสังคมหรือจะให้เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันชีวิต
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังตั้งข้อสังเกตว่า หากจะนำเงินจากกองทุนประกันสังคมไปต่อยอดเงินประกันสุขภาพกับบริษัทเอกชน เท่ากับไปสร้างประ โยชน์ให้บริษัทเอกชนโดยจะทำให้กองทุนประกันสังคมได้รับเงินน้อยลง ซึ่งตามมาตรา 24 แห่งพ.ร.บ. ประกันสังคมระบุว่า หากเงินกองทุนไม่พอจ่าย รัฐ บาลจะต้องจ่ายเงินอุดหนุน ซึ่งสุดท้ายก็คือเงินจากภาษีประชาชน เรื่องนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ระหว่างผลประโยชน์ของประชาชนกับบริษัทประกันชีวิตว่าใครจะได้รับผลมากกว่ากัน
หน้า 8
ที่มา : www.khaosod.co.th
|