โค้งสุดท้ายสัมมนาประชาชาติฯ ยุทธการพาองค์กรหนีวิกฤต เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนในอนาคต : SIAMHRM.COM

โค้งสุดท้ายสัมมนาประชาชาติฯ ยุทธการพาองค์กรหนีวิกฤต เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนในอนาคต


รายงาน


ไม่ทันที่งานสัมมนา APM Group & Prachachat Forum ครั้งที่ 1 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2551 ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจกันมาก

เพราะหัวข้อสัมมนาดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่อง "Rewind Pause Forward : We must become the change we want to see" หรือ "แนวคิดในการปรับเปลี่ยน มุมมองการคิด และลงมือปฏิบัติเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง"

หัวข้องานสัมมนาดังกล่าวเป็นการนำผลวิจัยเรื่อง "Creating a Sustainable Future" จากสถาบัน AMA (American Management Associate) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และองค์กรชั้นนำของโลกมาบรรยายในการสัมมนาครั้งนี้

ทางหนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นว่าผลวิจัยนี้เป็นการวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรอยู่รอดในธุรกิจได้ ขณะที่อีกทางหนึ่ง ต้องการนำเสนอแนวทางในการสร้างให้องค์กรอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

เพราะดั่งที่ทราบ สภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทยกำลังผจญกับวิกฤตรอบด้าน จนเป็นเหตุให้นักลงทุนต่างชาติต่างไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาล

เช่นนี้เองจึงทำให้หลายๆ องค์กรเลือกที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับ มากกว่าเปิดเกมรุก แต่ในความเป็นจริงคงต้องยอมรับว่า มีเพียงไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่เลือกจะเป็นฝ่ายตั้งรับ

เพราะเขามองเห็นแล้วว่าในช่วงภาวะวิกฤตรอบด้าน การที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับเพียงอย่างเดียว อาจเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับเวลาขณะนี้

เพราะช่วงเวลาขณะนี้ควรที่จะต้องเกาะติดกับสถานการณ์อย่างรอบด้าน จนมั่นใจว่าเมื่อเหตุการณ์กลับมาเสมือนปกติ ถึงจะค่อยลงทุนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

แต่บางองค์กรไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะเขามองเห็นแล้วว่า ในสถานการณ์ที่ผิดปกติเช่นนี้ ถ้าเราหมั่นจัดทัพเพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องการกำหนดแผนการดำเนินธุรกิจ การจัดทัพบุคลากร และองค์กร



รวมไปถึงแผนในการสร้างสรรพกำลังเพื่อต่อกรกับคู่แข่งในวันข้างหน้า คงน่าจะ ดีกว่า ?

เนื่องจากยุทธศาสตร์ของงานสัมมนาครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืน แต่ก็อย่างที่ทราบ การที่จะสร้างองค์กรให้เกิดความยั่งยืนในอนาคตจะต้องมีกระบวนการในการสร้าง เหมือนอย่างที่งานสัมมนาครั้งนี้วางยุทธศาสตร์ของการสร้างองค์กรให้ยั่งยืนบนคอนเซ็ปต์ 3 ประการคือ

หนึ่ง Rewind : Why companies fail หรือสาเหตุสำคัญหลากหลายประการที่ทำให้องค์กรไม่สามารถยั่งยืนได้ในโลกธุรกิจ

สอง Pause : To plan for paradigms & the power of change หรือแนวคิดในการปรับเปลี่ยนมุมมอง และลงมือปฏิบัติเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สาม Fast forward : Future sustaining success หรือหลักการสำคัญในการสร้างองค์กรให้เกิดความยั่งยืน ตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงอนาคต

ฉะนั้น บนคอนเซ็ปต์ 3 ประการ เมื่อมาบวกกับมุมมองของ "ธนา เธียรอัจฉริยะ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อธิบายเรื่อง "Shift & Change" ก็จะทำให้ผู้ฟังเห็นมุมมองของการรุกไปข้างหน้า เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต

เช่นเดียวกัน "ประเสริฐ บุญสัมพันธ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็จะมาอธิบายถึงเรื่อง "Future sustaining success" หรือกุญแจความสำเร็จต่อการสร้างองค์กรให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต

โดยมี "อริญญา เถลิงศรี" กรรมการ ผู้จัดการ กลุ่มบริษัทเอพีเอ็ม จะมาบรรยายสรุปให้ฟังอีกครั้ง ถึงกระบวนในการสร้างองค์กรให้เกิดความยั่งยืน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

โดยในเรื่องของการสร้างองค์กรให้เกิดความยั่งยืน "ธารา ธีรธนากร" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด มองว่า...จุดสำคัญหลักที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในระยะยาวคือ เราต้องรวมใจทุกคนในองค์กรให้สามารถไปในทิศทางเดียวกันได้ องค์ประกอบที่จะทำให้ทุกคนไปในทิศทางเดียวกันคือ ทุกคนต้องเข้าใจภารกิจและวิสัยทัศน์ของบริษัท

"เมื่อทุกคนเข้าใจแล้ว เราจะไปถึงภารกิจหลักของเรา ไปถึงจุดมุ่งหมายของเรา และมีกรอบการทำงานของเรา ซึ่งก็คือค่านิยมขององค์กร"

เช่นเดียวกัน ในส่วนของ "สุรพันธ์ ปุสสเด็จ" ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด มองว่า...ความท้าทายเรื่องหนึ่งคือเราต้องเปิดร้านให้มากขึ้น เพระเราเป็นธุรกิจขายความสะดวก เปิดประตูบ้านมา เราต้องอยู่ใกล้ลูกค้า และอยู่ในสายตาตลอดเวลา

"อีกประการที่ทำให้เราเจริญเติบโตได้คือ เรามุ่งทำ CSR เราต้องทำตัวให้เข้ากับสังคม และให้สังคมเป็นลูกค้าเรา มองเราให้เป็นเหมือนองค์กร หรือสถาบันหนึ่งในสังคมของประเทศนี้ ซึ่งจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้เราไม่หลุดรอด และดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน"

ฉะนั้นทั้งหมดนี้มองเผินๆ เหมือนเป็นการสัมมนาอย่างเต็มรูปแบบ แต่จริงๆ แล้วการสัมมนาครั้งนี้จะถูกเล่าผ่านละครธุรกิจฉากใหญ่ ที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงอย่างตระการตา เพราะอย่างที่ทราบ งานสัมมนาครั้งนี้ สถานที่คือโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ (ซอยรางน้ำ)

ฉะนั้นรูปแบบจึงไม่เหมือนกับงานสัมมนาทั่วๆ ไป แต่จะเป็น story telling ที่ไม่เพียงผู้ฟังเสมือนดูละครบรอดเวย์ หาก ผู้ฟังยังรับรสกลิ่นอายของมนต์เสน่ห์ทางธุรกิจเข้าไปเจือปนด้วย

เช่นนี้เองจึงทำให้มีผู้เข้าร่วมสัมมนาติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็ก เพราะอยากที่จะเข้าร่วมรับฟังบ้าง แต่ติดปัญหาอยู่ที่ราคาบัตรสูงเกินไป

เหตุนี้เองจึงทำให้ฝ่ายจัดงานสัมมนาตระหนักและเข้าใจในปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นทางคณะกรรมการจัดงานจึงได้เสนอรูปแบบใหม่ในการเข้าร่วมรับฟังสัมมนา ด้วยการเสนอเป็น corporate package คือ ถ้าซื้อบัตร 2 ท่าน ราคาจะอยู่ที่ 10,000 บาท (รวม VAT) จากเดิม 1 ท่าน ราคา 6,500 บาท (ไม่รวม VAT)

บัตร 3 ท่าน ราคา 13,500 บาท (รวม VAT) บัตร 5 ท่าน ราคา 20,000 บาท (รวม VAT)

ราคาบัตรทั้งหมดนี้หมายรวมค่า อาหารกลางวัน และคอฟฟี่เบรก ณ ห้องอาหารรามายณะด้วย

ฉะนั้นหากผู้บริหารองค์กรใด หรือท่านใด กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรับฟังงานสัมมนาครั้งนี้ดีหรือไม่ คงไม่ต้องคิดให้มากความแล้ว เพราะอย่างที่บอก เราเปิดรับ ผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาเพียง 200 ท่านเท่านั้น

เป็น 200 ท่านที่ถือว่าโชคดีอย่างมาก เพราะอย่างน้อยท่านและองค์กรของท่านก็จะได้ทราบก่อนใครว่า หลังจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองคืนสู่สภาวะปกติ เราในฐานะผู้นำและผู้บริหารก็ควรที่จะรู้ว่า ต่อไปนี้เราควรที่จะวางยุทธศาสตร์องค์กรให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนอย่างไร

เพราะไม่มีใครรู้ นอกจากตัวคุณเองเท่านั้น ?

หน้า 37

ที่มา : matichon.co.th



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM