เกจิ HR ฟันธง โลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน : SIAMHRM.COM

เกจิ HR ฟันธง โลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน


โดย ปิยวรรณ มีพวกมาก


เมื่อไม่นานมานี้ ในงานเสวนาทาง วิชาการหัวข้อ "เกจิ HR ฟังธง โลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน บริหารคนอย่างไร" ที่จัดขึ้นโดยศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จุดกระแสความสนใจในเรื่องแนวทางการบริหารคนในภาวะโลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน ได้อย่างคมชัด ไม่เพียงแต่จะเป็น HR เท่านั้น แต่ยังมีผู้สนใจเข้ารับฟังอย่างคับคั่ง

แน่นอนว่างานนี้มีวิทยากรที่มาร่วมเสวนา ล้วนแล้วแต่เป็นมือหนึ่งทางด้าน HR โดยมีเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมมุมมองที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญในสายวิชาการ ภาคธุรกิจและการลงทุน เป็นการวิเคราะห์โอกาสและอาชีพที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในทศวรรษหน้า เมื่อกติกาการแข่งขัน พรมแดนโลก และศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

เปิดเวทีด้วย "มณฑิชา เครือสุวรรณ์" ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้หญิงหนึ่งเดียวในวงเสวนา ได้เปิดมุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า

"การเปลี่ยนแปลงเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าท่านไม่เปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงจะเปลี่ยนท่านเอง ท่านก็ต้องวิ่งตามกระแสในโลกของการเปลี่ยนแปลง"

"เราต้องมองเห็นว่า คุณลักษณะ คุณสมบัติสำคัญของบริหาร HR คือต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วเพราะว่า โลกเปลี่ยน ที่สำคัญคือคู่แข่งขันนี้เยอะมากและยิ่งตอนนี้มีโลว์คอสต์เกิดขึ้นมาอีก ในกลุ่มโลว์คอสต์เองเขาก็แข่งกันเอง หรือบางโลว์คอสต์ก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จก็อาจหาญมาชิงตลาด มาแย่งลูกค้ากับเราด้วยเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้คือเราต้องเตรียมความพร้อม ก็จะเห็นแล้วว่าในที่สุดแล้วการบินไทยก็ปรับกลยุทธ์ในเรื่องของโลว์คอสต์ คือก็จะมี baby nok air เกิดขึ้น"

"ต้องดูตลาดด้วยเพราะว่าโลกเปลี่ยน ได้ทุกวินาที เราต้องมียุทธศาสตร์แล้วก็ต้องมีวิสัยทัศน์ แน่นอนว่าขณะนี้ใครเขาทำอะไรอยู่ ต้องสายตากว้างและเราเองก็ต้องนำสิ่งเหล่านั้นมากำหนดทิศทางเราได้ว่า เราจะเป็นอะไร เราจะทำอะไร เราจะกำหนดบทบาทเราในด้านไหน เราจะลงไปตัดราคาสู้กับเขาไหม ไปไหวไหม แล้วคนของเราพร้อมไหม ทางด้าน marketing พร้อมหรือยัง ทางด้าน production พร้อมหรือยัง"

ส่วนของสายการบังคับบัญชานั้น มณฑิชาบอกว่า มีการแปลสภาพจากสายการบังคับบัญชาให้มาเป็นกลุ่มงาน

มาเป็นอาชีพ เพราะว่ามีความเป็น expressive และมีความเชี่ยวชาญในแต่ละหน้าที่ งานที่ไม่เหมือนกัน ก็คือแปรสภาพสายบังคับบัญชาให้สั้นลง และก็ให้พนักงานมาเป็น specialist

กล่าวถึงในส่วนที่จะสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป มณฑิชาแบ่งเป็น 3 อย่าง คือ

หนึ่ง จัดการองค์ความรู้ในองค์กร ทุกคนจะต้องรู้เหมือนกัน เข้าใจเหมือนกันในสิ่งที่จะรู้ สิ่งที่จะเป็น สิ่งที่จะไป

สอง ปรับระบบ บอกว่าเราจะไปทางนี้ จะไปอย่างไร ไปซ้ายไปขวา บอกมา มีอุปสรรคอย่างไร ผู้บริหารจะสนับสนุนไหม

สาม คือบุคลากร

ทั้งสามอย่างนี้จะต้องเดินไปพร้อมกัน จากนั้นจะต้องเตรียมความพร้อมในการ ที่จะก้าวไปสู่การบริหารทรัพยากรบุคคล ในเรื่องของบุคลากรอย่างน้อยต้องมีความรู้ แล้วก็ต้องรู้จริงในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่

"ลูกค้า ผู้ถือหุ้น ตัวพนักงาน และสังคมที่เปลี่ยนไป นี่คือปัจจัยที่เรามาคำนึงถึงว่า ทุกครั้งที่ปัจจัยทั้ง 4 นี้เปลี่ยน เราเปลี่ยนตาม แล้วเราก็ต้องปรับแผน คนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คืออาชีพของการให้บริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานส่วนหน้า และก็ในธุรกิจการบริการเป็นอาชีพที่ต้อง dynamic มากๆ เพราะฉะนั้นงานของ HRD กับ HRM ต้องสอดคล้องกัน" ผู้บริหารหญิงเก่งกล่าวในตอนท้าย

เกจิคนต่อมาที่ได้มาร่วมเปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น ก็คือ "ทายาท ศรีปลั่ง" ที่ปรึกษาอิสระ ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร ได้กล่าวไว้น่าสนใจเช่นกันว่า

"ในโลกแทบทุกประเทศ ประเทศรองลงมาในเอเชียก็คือ ญี่ปุ่น การไม่สมดุลกันของคนทำงานและคนไม่ทำงาน เกิดการขาดแคลนคนทำงาน ซึ่งเราต้องนำเข้าคนจากข้างนอกเข้าไปทำงานในกลุ่มสหภาพยุโรป แล้วก็ญี่ปุ่น ดังนั้นความสามารถด้านภาษานี่สำคัญมาก แม้แต่ในบริษัทของ มิตรผลเอง ตอนนี้ผู้บริหารระดับสูงก็ต้องเรียนภาษาอังกฤษ"

ไม่เพียงแค่นั้นนอกจากภาษาแล้ว ทายาทยังกล่าวถึง know how ว่า อย่างไรเสีย know how ที่เป็นสากล เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกปัจจุบัน และเมื่อคนวัยทำงานไม่เพียงพอในหลายๆ ประเทศ อย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ก็จะเอาแรงงาน ผู้หญิงมาใช้ และเมื่อ 3 ปีที่แล้ว อังกฤษก็ประกาศการเกษียณอายุเป็น 65 ปี ซึ่งคนชราแล้วก็ยังคงแข็งแรง เพราะว่าจริงๆ แล้วคนสูงอายุ ค่าตัวก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่เพราะเก็บเงินไว้เยอะแล้ว

ส่วนของไมโครนั้น ทายาทกล่าวเสริมว่า อาชีพที่ใช้ความรู้ ความสามารถส่วนบุคคลเป็นหลักนั้นหายากที่สุด อย่างเช่น marketer

"ถ้าผมเป็น marketer มือหนึ่งนี่อายุ 30 ปลาย 40 ต้น ผมจะเปิดบริษัทเอง ผมเปิดได้เองรวยกว่า ไม่ต้องหักเงินเดือนอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องหักค่าโน่นค่านี่ ได้รับเต็มที่เลย ดังนั้นพวกที่เก่งมากนี่ พวก knowledge worker จะเปิดบริษัทเอง"

อีกเรื่องหนึ่งก็คือระดับเงินเดือนในประเทศไทยนั้น ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานแรกเข้าที่จบปริญญาตรีต่างกันถึง 100 เท่าในภาคของธนาคาร จะด้วยความจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม ซึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือการลาออก ในขณะนี้ประเทศไทยมีอัตราการลาออกถึง 11 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งช่องว่างของเงินเดือนสูงขึ้นเท่าไหร่ มันจะเป็นแรงจูงใจให้คนอยากเปลี่ยนงาน ถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันก็เหมือนกับการเร่งประเทศให้ไปสู่ลูกโป่งแตกอีกครั้ง

"ปัญหาของบ้านเรา มันมีปัญหาอยู่ก็คือเรื่องการบริหารในระดับนานาชาติ เพราะว่าคนไทยคุ้นกับแผ่นดินไทย ถ้าเกิดแข่งในประเทศไทยเราชนะ แต่แข่งนอกประเทศเราแพ้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่คุ้นกับสนามนอกประเทศ ฉะนั้นการฝึก manager ให้สามารถบริหารธุรกิจและบริหารคน ต่างชาตินอกประเทศได้นี่ เป็นสิ่งที่ต้องเปิดโปรแกรมขึ้น" ทายาทกล่าว

ในมุมมองของนักวิชาการอย่างอาจารย์ ดร.สมประสงค์ โกศลบุญ สาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร คณะ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นในเรื่องของบุคคลที่จบปริญาตรีนั้น 14 เปอร์เซ็นต์ แต่คนที่จบออกมาแล้วมาทำงานตรงสาย กับที่ตัวเองเรียนมานั้นเพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นซึ่งมันน้อยมาก โดยเขาเรียนไม่ตรงสายที่ตัวเองชอบ อาจจะเกิดจากว่าตนเองเก่งสามารถสอบเข้าคณะนั้นได้ แต่พอไปทำงานจริงๆ แล้วกลับไม่ชอบก็เปลี่ยนงานไป

ดร.สมประสงค์ได้แบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นก็คือ generation X, Y ซึ่งคนทั้ง 2 กลุ่มนั้นมีวิธีคิดแตกต่างกัน นั่นก็คือ X เป็นคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักโดยเป็นคนรุ่นเก่า ส่วน Y ทำงานเร็วมาก เปิดปุ๊บ ติดปั๊บ ก็คือคนรุ่นใหม่

การสอนงานเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำงาน ซึ่งจะมี 2 แบบ แบบแรกคือการสอนสั่ง เป็นการสอนก่อนแล้วค่อยสั่งงานให้ไปทำ ส่วนการสั่งสอนก็คือการสั่งให้ทำก่อนแล้วเขาทำผิดแล้วค่อยมาสอน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยดี แต่ในการสอนงานจะต้องเป็นการสอนสั่ง

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าการบริหารคนในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นโลก หรือคน มีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับองค์กรและธุรกิจที่ต้องการมุ่งสู่ความสำเร็จ

หน้า 35

 

ที่มา : matichon.co.th



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM