| ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน เนื่องจากเมื่อ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับ ทำให้ต้องตั้งกองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชน โดยบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนต้องเข้ามาอยู่ในระบบกองทุนฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2551 ซึ่งที่ผ่านมาบุคลากรฯส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบประกันสังคม แต่ตั้งแต่เมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมไม่ยอมรับชำระเงิน ทำให้ครูรู้สึกเป็นกังวล เพราะยังไม่ได้จัดตั้งกองทุนฯ ทางสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงได้ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อขออนุโลมให้บุคลากรโรงเรียนเอกชนสามารถอยู่ในระบบประกันสังคมไปพลางๆก่อนจนถึงวันที่ 1 ต.ค.นี้ แต่สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่าไม่มีอำนาจต้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งการปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ดังนั้น สช.จะทำเรื่องเสนอ ครม.ใน 2 ประเด็น คือ 1.ให้บุคลากรทางการศึกษาเดิมที่อยู่ในระบบประกันสังคมได้ใช้ประกันสังคมต่อไปก่อน เพื่อรอเข้ากองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชนในวันที่ 1 ต.ค. และ 2. ให้บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนที่ไม่เคยเข้าระบบประกันสังคมมาก่อนมีสิทธิ์เข้ากองทุนสงเคราะห์ฯได้ ประกอบด้วย ผู้จัดการโรงเรียน บรรณารักษ์ ครูแนะแนว พยาบาลหรือโภชนากร เทคโนโลยีหรือเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ นายทะเบียนวัดผล เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล และเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ซึ่งรวมถึงพนักงานการเงิน พิมพ์ดีด ธุรการและประชาสัมพันธ์ด้วย สำหรับเจ้าหน้าที่หรือพนักงานอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ากองทุนสงเคราะห์ฯ แต่จะให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ได้แก่ พนักงานขับรถ นักการภารโรง คนงาน คนสวน คนครัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผู้รับใบอนุญาต และพี่เลี้ยงเด็ก นอกจากนี้ ยังมีมติให้ สช.ของบกลาง จำนวน 900 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายให้กับกองทุนสงเคราะห์ฯในส่วนที่รัฐบาลยังค้างชำระเงินสมทบร้อยละ 6 ด้วย.
ที่มา : thairath.com |