| เอสโอเอฯ ยื่นฟ้อง 5 บิ๊กแรงงานต่อศาลปกครองแล้ว ฐานเบี้ยวสัญญาคอมพ์ สปส. 2.8 พันล้าน ระบุค่าเสียหาย 5.7 พันล้านบาท วานนี้ ( 26 พ.ย.) ที่ศาลปกครองกลาง นางรุ่งรัตน์ กุยสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทร่วมค้า เอสโอเอ คอนเซอร์เทียม จำกัด พร้อมด้วย นายกฤษดา อุดมการชนะชัย ทนายความ เข้ายื่นเรื่องขอความเป็นธรรม กรณีที่กระทรวงแรงงานไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงการจัดหาเพื่อติดตั้งระบบสารสนเทศด้านแรงงาน มูลค่า 2.8 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทร่วมค้าเอสโอเอฯ เป็นคู่สัญญาและได้ดำเนินการติดตั้งระบบเกือบเสร็จหมดแล้ว แต่กระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้มีมติยกเลิกสัญญาจึงก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัท นางรุ่งรัตน์เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องฟ้องร้อง เพราะผู้บริหารกระทรวงแรงงานมีเจตนาไม่ปฏิบัติตามสัญญา เพราะตลอด 8 เดือนไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว เหมือนบริษัทฯ เข้าไปทำงานฝ่ายเดียว และไม่มีการตรวจรับ ทั้งๆ ที่สัญญาระบุชัดว่าสามารถเบิกได้ในส่วนที่ตรวจรับ นายกฤษดา กล่าวว่า บริษัทได้ใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องตามกฎหมาย โดยการฟ้องกระทรวงแรงงาน เป็นจำเลยที่ 1 นายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงาน เป็นจำเลยที่ 2 นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นจำเลยที่ 3 สปส. เป็นจำเลยที่ 4 นายนคร ศิลปอาชา รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นจำเลยที่ 5 และนายสุรินทร์ จิรวิศิษฏ์ เลขาธิการ สปส. เป็นจำเลยที่ 6 ในข้อหา ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามสัญญา รวมทั้งไม่แก้ไขปัญหากรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความว่า สปส.ไม่สามารถนำเงินบริหารกองทุนประกันสังคม 10 เปอร์เซ็นต์ ไปใช้จ่ายในโครงการ 2.8 พันล้านบาท ซึ่งไม่ได้แปลว่า การทำสัญญาผิดพลาด แต่ไม่สามารถนำเงิน 10 เปอร์เซ็นต์มาใช้ในโครงการได้ นายกฤษดา กล่าวอีกว่า ปัญหาดังกล่าวผู้บริหารทั้ง 4 คน ของกระทรวงแรงงานรู้ดี แต่ยังเพิกเฉย โดยที่ทางบริษัทก็ได้ทำงานตามหน้าที่จนลุล่วงแล้ว และเมื่อถึงเวลาส่งมอบงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องกลับไม่ตั้งคณะกรรมการรับส่งมอบงานเป็นงวด รวมทั้งสิ้น 60 งวด โดยแต่ละงวด จะต้องจ่ายค่าตอบงวดละ 48 ล้านบาท ให้กับบริษัท ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งโปรแกรมพัฒนาระบบเทคโนโลยี และการเตรียมกำลังคน เพื่อเข้าดำเนินงานตามสัญญาแล้ว รวมทั้งยังได้สั่งซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือจำนวนหลายตัว ทำให้อุปกรณ์บางตัวตกรุ่น และต้องหาซื้อใหม่ ที่ผ่านมาเมื่อมีหนังสือสอบถามมายังกระทรวง ก็อ้างว่าให้ชะลอไว้ก่อน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องใช้สิทธิ์เรียกค่าเสียหายเพื่อให้ชำระเงินทั้งโครงการ รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากการออกข่าวของผู้บริหารกระทรวงว่าโครงการนี้ไม่โปร่งใส เป็นเงินรวม 5,700 ล้านบาท ด้านนายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดที่ถูกฟ้องร้อง แต่จะให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดเสนอรายงานขึ้นมา โดยจะนำไปดูตามกรอบของกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่า ราชการจะมีวิธีการปฏิบัติรับมือในเรื่องไว้แล้ว และตนคงจะเรียกนายจุฑาธวัช นายสุรินทร์ และนายนคร มาหารือ ว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |