| เมื่อวันที่ 25 ต.ค.50 นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยถึงการชี้แจงสาระเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต่อคณะอนุกรรมาธิการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้สอบถามเกี่ยวกับประโยชน์ของการมีกฎหมายดังกล่าว ซึ่งชี้แจงว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะสามารถยกระดับการศึกษาของแรงงาน ที่ต่ำกว่า ม.ปลาย ที่มีกว่า 39 ล้านคน และที่ต่ำกว่าป.6 กว่า 2.1-6 ล้านคน ให้สูงขึ้น อย่างน้อยระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งสายสามัญ และสายอาชีพได้ ทั้งยังสอบถามถึงสถานภาพของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) หน่วยงานในสังกัด และตำแหน่งของผู้บริหาร เมื่อมีพ.ร.บ.ใหม่ จึงชี้แจงว่า กศน.จะไม่ยกฐานะเป็นกรม แต่มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส่วนศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด จะเปลี่ยนเป็นสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานทางการศึกษา สำหรับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาค ทั้ง 5 ภาคนั้นยุบลง รวมถึงศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกรุงเทพมหานคร ทั้ง 4 ศูนย์ ก็จะยุบรวมเหลือ 1 ศูนย์เท่านั้น
ปลัด ศธ.กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้แสดงความเป็นห่วงกรณีคนไร้สัญชาติ ซึ่ง ขณะนี้อาศัยอยู่ในประเทศไทย ประมาณ 2 ล้านคน โดยพ.ร.บ.ใหม่นี้ จะดูแลครอบคลุมแน่นอน เพราะที่ผ่านมา กศน.ได้จัดการศึกษาให้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ใหม่นี้จะทำให้ กศน.ต้องปรับรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่ผู้จัดการศึกษาเพียงฝ่ายเดียว แต่จะต้องส่งเสริมภาคี เครือข่ายให้มามีส่วนร่วมในการจัดมากขึ้น โดยต้องวางระบบประกันคุณภาพว่าใครก็ตามที่เข้ามาจัดก็ต้องมีคุณภาพใกล้เคียงกัน รวมถึงต้องมีการวางระบบผู้ให้บริการที่ชัดเจนว่าใครจะจัดหลักสูตรใด รูปแบบไหน เป็นต้น
แหล่งข่าว : สยามรัฐ |