พม่า ประกาศ รับแรงงาน หนีเข้าเมืองกลับเมื่อพ้นโทษ : SIAMHRM.COM

พม่า ประกาศ รับแรงงาน หนีเข้าเมืองกลับเมื่อพ้นโทษ




ระนอง - ที่ประชุมร่วมไทย-พม่า ชื่นมื่น พม่าพร้อมรับตัวแรงงานสัญชาติพม่าที่ทำผิดกฎหมายไทย กลับเมื่อพ้นโทษ เพื่อป้องกันขบวนการค้าแรงงานเถื่อนรับกลับเข้าไทยอีก

วันนี้ (28 ส.ค.) หน่วยประสานงานชายแดนไทย-พม่า ประจำพื้นที่ 6 จังหวัดระนอง ได้จัดประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า (TBC) ครั้งที่ 26 ระหว่าง จ.ระนอง กับ จ.เกาะสอง ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซสระนอง โดยมี พ.อ.วรพล วิศรุตพิชญ์ หัวหน้าส่วนควบคุมชายแดนไทย-พม่า (หน.สคค.ชทพ.) เป็นประธาน ฝ่ายไทย และ พ.ต.เส่งล่วย รักษาการผู้บังคับกองพันเคลื่อนที่เร็ว (ผบ.พัน ร.) ที่ 431 เป็นประธานฝ่ายพม่า มีคณะกรรมการของแต่ละฝ่ายเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยประธาน ทีบีซี ฝ่ายไทย ได้เสนอเรื่องหารือในที่ประชุม 2 เรื่อง คือ ขอให้ทางฝ่ายพม่าอย่าใช้ความรุนแรงกับเรือประมงของไทยที่รุกล้ำน่านน้ำพม่า และเมื่อมีการไล่จับกุมเรือประมงไทยที่ติดตามมาจากน่านน้ำของพม่าแล้วล่วงล้ำเข้ามาในน่านน้ำไทย ขอให้ใช้วิทยุสื่อสารช่องที่ 16 ในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

ในส่วนของฝ่ายพม่า ได้เสนอขอหารือ 2 เรื่องเช่นกัน คือ เรื่องที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยปล่อยตัวนักโทษชาวพม่าที่ลักลอบเข้าเมืองเมื่อพ้นโทษแล้ว โดยส่งกลับทางเรือนั้น จะมีนายหน้าค้าแรงงานชาวไทยไปรอรับกลับกลางทะเลเข้ามายังฝั่งไทยอีก ดังนั้น ครั้งต่อไปขอให้ประสานกับศูนย์รับตัวนักโทษชาวพม่าที่ติดคุกในไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะสอง และเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของไทยจับชาวกะเหรี่ยงสมาชิก เคเอ็นยู 2 คน เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2550 พร้อมวัตถุระเบิด 6 ชุด บนถนนสายกรุงเทพฯ-ระนอง ห่างจากระนองประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วมีการปล่อยตัวไป

โดยวัตถุประสงค์ของสมาชิกเคเอ็นยู ทั้งสองคนต้องการขนวัตถุระเบิดไปยังเกาะสอง แสดงว่าผู้ก่อการร้ายอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน ขอให้ทางการไทยช่วยดำเนินการด้วย

พ.อ.วรพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลด้านการข่าวอย่างละเอียดแล้ว ขอยืนยันว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใดจับกุมชาวกะเหรี่ยงสมาชิก เคเอ็นยู แต่อย่างใด ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความเข้มงวดเรื่องระเบิดมาก เพราะเป็นห่วงว่าจะมีการนำระเบิดไปใช้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากจับกุมจริงไม่มีการปล่อยตัวอย่างเด็ดขาด

พ.ต.ท.ปริญญา ปิ่นปัก รองผู้กำการการด่านตรวจคนเข้าเมืองระนอง กล่าวว่า กรณีการผลักดันแรงงานชาวพม่านั้น ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับพม่า แต่ทางไทยส่งกลับแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งยอมรับว่า เมื่อผลักดันออกไปแล้วมีขบวนการรับแรงงานเหล่านั้นกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกจริง ซึ่งต้องแก้ไขร่วมกันต่อไป ซึ่งการที่พม่าเสนอขอให้การผลักดันอย่างเป็นทางการนั้น นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ดีมาก ฝ่ายไทยพร้อมที่จะดำเนินการ แต่ยังไม่ทราบว่ามีกระบวนการตรวจสอบอย่างไร ซึ่งต้องมีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

พ.ต.เส่งล่วย กล่าวว่า รัฐบาลพม่าสั่งการมาตลอดว่าห้ามใช้ความรุนแรงกับเรือประมงของไทย แต่ให้ใช้สัญญาณธง สัญญาณไฟ และสัญญาณเสียง เพื่ความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ ส่วนที่ฝ่ายไทยเสนอให้ใช้วิทยุสื่อสารช่อง 16 นั้น ทางพม่าพร้อมที่จะใช้ร่วมกัน

นอกจากนี้ ทางฝ่ายไทยยังได้เสนอเรื่องให้พม่ารับทราบอีก 4 เรื่อง คือ ทางการไทยมีการสุ่มตรวจค้นอาวุธในเรือประมงก่อนที่จะออกไปทำประมงในทะเลอันดามันอย่างสม่ำเสมอ, กองเรือภาคที่ 3 ขอเชิญทหารเรือของพม่ามาตรวจเยี่ยมฐานทัพเรือของไทยที่จังหวัดพังงา และภูเก็ต, จังหวัดระนองขอเชิญแม่ทัพภาคตะนาวศรีของพม่า และคณะเดินทางมาเยือนจังหวัดระนอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และการดูแลสุขภาพชาวพม่าที่มาขายแรงงานอยู่ในจังหวัดระนอง ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด

เมื่อเจ็บป่วยให้การรักษามีมาตรฐานเช่นเดียวกับคนไทย ซึ่งทางฝ่ายพม่ารับเรื่องไปประสานกับหน่วยเหนือต่อไป ส่วนเรื่องที่สาธารณสุขให้การดูแลสุขภาพชาวพม่าเช่นเดียวกับคนไทยนั้นต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมได้มีการมอบของที่ระลึกให้กันทั้งสองฝ่าย จากนั้นได้รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน และภาคบ่ายมีการตีกอล์ฟเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่สนามกอล์ฟค่ายรัตนรังสรรค์ ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM