|
แรงงานไทย แห่ขุดทองเกาหลี จัดหางานเตือนเสี่ยงถูกตุ๋นตบทรัพย์สู
|
| หนองคาย - คนหางานไทยหันมองตลาดแรงงานเกาหลีเพิ่มมากขึ้น เหตุรายได้จูงใจซ้ำสวัสดิการที่รัฐบาลดูแลดีกว่าอีกหลายประเทศ มีความหวังหลังกลับมาตุภูมิมีของแถมเป็นเงินเก็บก้อนโตจากเงินสะสมเลี้ยงชีพ เผยจากความเนื้อหอมแดนโสมส่งผลให้บริษัทเถื่อนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ตระเวนหลอกต้มคนหางาน เตือนอย่าหลงเชื่อเด็ดขาดต้องติดต่อผ่านจัดหางานเท่านั้น จากกระแสเกาหลีฟีเวอร์ในเมืองไทย นอกจากแวดวงบันเทิง ทั้ง ซีรีส์ละครเกาหลี ภาพยนตร์ เพลง ส่งผลให้ดารา นักร้องเกาหลีทั้งชายและหญิงเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะแค่กระแสความคลั่งไคล้ในตัวนักแสดง ดารา นักร้องเท่านั้น แม้แต่ตลาดแรงงานต่างประเทศ คนหางานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศปัจจุบันก็ต้องการไปทำงานเกาหลีเพิ่มมากขึ้นด้วย จากเดิมที่แรงงานไทยในอดีตประเทศที่เป็นที่ต้องการไปขายแรงงานในเอเชียคือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศในแถบตะวันออกกลาง นายบุญส่ง กิจสำเร็จ จัดหางานจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประชาชนนิยมเดินทางไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยสถิติปี 2548 มีผู้เดินทางไปทำงานต่างประเทศทั้งสิ้น 6,540 คน ขณะที่จังหวัดอุดรธานีมีจำนวน 18,093 คน นครราชสีมา 13,264 คน ขอนแก่น 8,206 คน บุรีรัมย์ 6,652 คน โดยเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษานิยมเดินทางไปทำงานต่างประเทศคิดเป็นร้อยละ 85 พื้นที่ที่นิยมไปทำงานต่างประเทศระดับมากคือ อำเภอท่าบ่อ อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย "รายได้ที่คนหางานชาวจังหวัดหนองคายส่งเงินกลับมาแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเฉลี่ยจากรายได้คนหางานเดือนละประมาณ 15,000 บาท/คน ถือเป็นรายได้ที่สูงไม่น้อย" นายบุญส่ง กล่าว และว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2547 และ 30 สิงหาคม 2549 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไทย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System For Foreigners : EPS) กับกระทรวงแรงงานสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว กรมการจัดหางาน รับผิดชอบในการจัดส่งคนหางานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) แต่เพียงผู้เดียว คนหางานไม่ต้องเสียค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น ยกเว้น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าตรวจโรค ค่าเรียนภาษาเกาหลี และค่าโดยสารเครื่องบิน เป็นต้น ทั้งนี้การจัดส่งคนหางานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ระบบฝึกงานอุตสาหกรรม ที่จัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน ได้ถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ดังนั้นบริษัทจัดหางานหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจึงไม่สามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีได้อีกต่อไป กรมการจัดหางานและมูลนิธิภาษาเกาหลีระหว่างประเทศ (The International Korean Language Foundation : IKLF) ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการสอบภาษาเกาหลีได้ดำเนินการสอบคัดเลือกผู้ที่ต้องการไปทำงานยังประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา และขณะนี้ได้คัดเลือกผู้ที่สอบคัดเลือกผ่านและสามารถไปทำงานยังประเทศเกาหลีได้ มีจำนวน 1,850 คน "ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในประเทศเกาหลีจะได้รับการอบรมภาษาเกาหลีแก่คนหางานที่ผ่านการทอดสอบภาษาเกาหลี เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านภาษาเกาหลีแก่คนหางานที่ต้องการไปทำงานเกาหลี รวมทั้งทำให้มีความรู้ด้านวัฒนธรรมประเพณีของชาวเกาหลี ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวกับการทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี" นายบุญส่ง ระบุว่า นอกจากนี้แล้วสำหรับคนงานที่เคยไปทำงานเกาหลี ประเทศเกาหลียังได้ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยเงินบำนาญแห่งชาติฉบับใหม่ โดยกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนเงินบำนาญแห่งชาติ มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ หรือเงินสะสมเลี้ยงชีพ เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างและเดินทางกลับประเทศแล้ว ซึ่งไม่คำนึงว่าแรงงานต่างชาตินั้นจะจ่ายเงินสมทบมาแล้วเท่าใด และให้มีผลย้อนหลังแก่แรงงานต่างชาติทุกคนที่เป็นสมาชิกกองทุน ผู้มีสิทธิต้องยื่นคำขอรับเงินภายใน 5 ปี นำหลักฐานยื่นประกอบการขอรับเงิน อาทิ สำเนาหนังสือเดินทาง, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้าน,สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่มีชื่อของคนงาน และสำเนาบัตรประจำตัวแรงงานต่างชาติ หรือใบกาม่า ประเด็นนี้ทำให้เป็นแรงกระตุ้นอย่างดีสำหรับคนหางานว่า จะมีรายได้และมีความมั่นคงหากได้ทำงานที่เกาหลี จนถึงขั้นเดินทางกลับแล้วก็ยังได้รับเงินอีกด้วย จัดหางานจังหวัดหนองคาย กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อความต้องการของคนหางานในการเดินทางไปทำงานที่เกาหลีมีเพิ่มมากขึ้น แต่รัฐเป็นผู้จัดส่งได้เพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาบริษัทจัดหางานเถื่อนหรือบุคคลแอบอ้าง ว่าสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีได้ ซึ่งตนขอย้ำว่าคนหางานต้องไม่หลงเชื่อบริษัทหรือบุคคลดังกล่าว มิเช่นนั้นจะสูญเสียเงินทองให้แก่บริษัทเถื่อนแต่ไม่ได้เดินทาง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของโลกปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลแห่งการค้าเสรีและโลกไร้พรมแดน ถ้าที่ใดมีเศรษฐกิจดี ค่าจ้างแรงงานสูง การเคลื่อนย้ายแรงงานก็จะเกิดขึ้น แต่ปัจจุบันการเคลื่อนย้ายแรงงานมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จะมีแรงงานที่มีความประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ปี 2526 มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศ 69,966 คนปี 2536 จำนวน 137,950 คนปี 2548 จำนวน 139,667 คน ในขณะเดียวกันเมื่อมีคนหางานนิยมเดินทางไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น จึงเป็นช่องทางให้สายนายหน้า กลุ่มมิจฉาชีพ เข้ามาหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบคนหางานทุกรูปแบบ จากสถิติสำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองคาย พบว่าปัญหาหลอกลวงคนหางานมีความรุนแรงมากในปี 2544 -2546 มีคนหางานถูกหลอกลวง 392 ,137 และ 136 คน ตามลำดับ หลังจากนั้นปัญหาได้ลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลจากการที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองคาย ดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด "โดยนับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมามีการแจ้งความจับสายนายหน้าเถื่อน 380 คน จับตัวได้และส่งฟ้องศาลทั้งหมด 210 คน หลบหนีหมายจับศาลอีก 170 คน แต่ปัญหาการหลอกลวงคนหางานคงยังไม่หมดไปจากพื้นที่ ตราบใดที่คนหางานยังยากจนขาดความรู้ หรือต้องการเสี่ยงโชคเพื่อสร้างฐานะตนเองให้ดีขึ้น" นายบุญส่ง กล่าว
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|