กรมประกันขีดเส้น 1 เดือน คลอดประกันว่างงานใหม่ คุ้มครองถึงขั้นปิดกิจการ
น.ส.ชำเลือง ชาติสุวรรณ รองอธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า ได้ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยและบริษัทประกันภัยว่าตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันการว่างงานใหม่ ให้ได้ข้อสรุปภายใน 3-4 สัปดาห์นี้
น.ส.ชำเลือง กล่าวว่า รูปแบบของกรมธรรม์จะยึดเงื่อนไขหลักที่ต้องให้ความคุ้มครองเรื่องการจ่ายค่าสินไหมกรณีที่นายจ้างของผู้ทำประกันปิดกิจการด้วย และที่สำคัญจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถซื้อประกันการว่างงานในอัตราค่าเบี้ยที่ไม่แพงจนเกินไป และยังคงมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่เพียงพอ
“ขณะนี้มีประชาชนให้ความสนใจและสอบถามถึงประกันการว่างงานเข้ามาเป็นจำนวนมาก” น.ส.ชำเลือง กล่าว
อย่างไรก็ตาม แบบประกันว่างงานใหม่นี้คงไม่มีการบังคับให้นายจ้างและลูกจ้างต้องซื้อ แต่จะให้เป็นความสมัครใจมากกว่า แม้ว่าในส่วนลูกจ้างจะมีประกันสังคมดูแลอยู่ระดับหนึ่ง แต่อาจไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงเป็นทางเลือกให้ลูกจ้างซื้อหลักประกันเพิ่มเติมได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ เท่าที่กรมการประกันภัยวางแนวทางศึกษาไว้ก็อาจให้การขายแบบประกันการว่างงานพ่วงไปกับแบบประกันอื่นด้วย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มากขึ้น เช่น พ่วงไปกับประกันคุ้มครองสินเชื่อ ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง หรือประกันอุบัติเหตุ โดยอาจมีทางเลือกให้ทั้งลูกจ้างซื้อด้วยตัวเองหรือเจ้าของกิจการซื้อให้ลูกจ้างก็ได้
นายถนัด จีรไชยไพศาล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า คณะอนุกรรมการจะนำรูปแบบชดเชยรายได้กรณีว่างงานของประกันสังคมมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่า แบบประกันการว่างงานใหม่ซึ่งเป็นแบบมาตรฐานนั้น จะมีรูปแบบ เงื่อนไข ค่าเบี้ยและทุนประกันเท่าไร จึงเพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกเหนือจากเงินที่ได้มาจากประกันสังคม
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกจ้างและกำลังซื้อที่จะจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อปีได้ด้วย ซึ่งแบบประกันว่างงานนี้อาจมีทั้งการขายพ่วงไปกับแบบประกันภัยอื่นหรือแยกขายอย่างเดียวก็ได้
นายมนัส บินมะฮมุด กรรมการผู้จัดการ บริษัท กมลประกันภัย กล่าวว่า บริษัทจะนำเงื่อนไขกรมธรรม์การว่างงานของบริษัทไปเสนอให้กับคณะอนุกรรมการฯ เป็นตัวอย่างในการพิจารณาเพื่อให้ง่ายขึ้นในการออกแบบประกันใหม่ เพราะเป็นแบบประกันที่มีขายอยู่แล้วในตลาด เพียงแต่ให้เพิ่มความคุ้มครองถึงกรณีปิดกิจการเท่านั้น และศึกษาถึงค่าเบี้ยใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าจากตัวเลข แรงงานในระบบ 9 ล้านคน ต้องมีผู้ทำประกันการว่างงานอย่างน้อยประมาณ 4.5 ล้านคน โครงการถึงจะเกิดได้และเป็นการเฉลี่ยภัยออกไป เพราะยังไม่มีใครบอกได้ว่าอนาคตเศรษฐกิจของไทยจะเป็นอย่างไร ส่วนบริษัทคงขายประกันว่างงานของตัวเองไปก่อน เพราะประกันแบบนี้จะขึ้นอยู่กับผู้ซื้อมากกว่า
แหล่งข่าว : โพสต์ทูเดย์