นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมว่า ได้จัดตั้งวอร์รูม เป็นศูนย์ปฎิบัติการวิเคราะห์และป้องกันปัญหาการเลิกจ้าง เพื่อเตรียมมาตรการเฝ้าระวัง รับมือและแก้ปัญหาที่เกิดจากการเลิกจ้างทั้งหมด รวมถึงดูแลสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาฉับไวทันสถานการณ์ โดยมีนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน
นอกจากนี้ ในวันที่ 7 สิงหาคม คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) จะประชุมพิจารณาวาระด่วนเรื่องมาตรการชะลอการจ่ายเงินสมทบตามข้อเสนอของนายจ้าง ผู้ประกอบการเซรามิค ผลิตภัณฑ์ไม้เรียกร้องเข้ามา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างตามกรอบกฎหมายที่กระทรวงแรงงานสามารถทำได้ โดยยึดความมั่นคงด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบอร์ด ถ้าอนุมัติถือเป็นการช่วยนายจ้าง ซึ่งทำให้เงินในกองทุนลดลงแต่ไม่มาก
ด้านนายจุฑาธวัช กล่าวถึงเกณฑ์การชะลอจ่ายเงินสมทบว่า จะยืดระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบออกไป 4 เดือน ถ้าทิศทางสภาพเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น จะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการขยายเวลาอีกครั้ง ทั้งนี้ ถ้าบอร์ดเห็นด้วยกับข้อเสนอรมว.แรงงานจะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป อย่างไรก็ตาม การพิจารณาช่วยเหลือนายจ้างตามมาตรการนี้จะช่วยทุกสถานประกอบการ ไม่เลือกปฎิบัติและจะชะลอในส่วนการจ่ายเงินสมทบของลูกจ้างไปด้วย "การชะลอส่งเงินสมทบน่าจะเป็นทางเลือกที่บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง จะช่วยให้นายจ้างมีเงินเหลือไปบริหารกิจการ ให้มีโอกาสได้ตั้งตัว แต่ถ้ามีการเสนอให้ลดเงินสมทบคงเป็นไปได้ยาก เพราะต้องแก้กฎหมายประกันสังคม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ต้องใช้เวลานาน" นายจุฑาธวัชกล่าว
ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ รองนายกฯและรมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายเน้นให้ดูแลผู้ใช้แรงงาน รวมถึงสถานประกอบการ ซึ่งตนก็ดูแลอยู่ทั้งผู้ใช้แรงงาน นโยบายและการปรับตัวของภาคธุรกิจ ยืนยันว่าภาพรวมโรงงานอุตสาหกรรม ยังไม่มีรายใหญ่รายใดเปลี่ยนการสั่งซื้อจากไทย สถานการณ์อุตสาหกรรมภาพรวมยังขาดแคลนแรงงาน ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะจุดที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานงานกับภาคเอกชน คิดว่าอยู่ในกรอบที่รัฐบาลบริหารจัดการได้
วันเดียวกัน นายจำลอง ก่อมขุนทด ที่ปรึกษากลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก กล่าวถึง สถานการณ์การจ้างงานใน จ.ระยอง ขณะนี้มีลูกจ้างถูกบอกเลิกจ้างเป็นระยะ โดยมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการเลิกจ้างอีก 2 แห่งคือ บริษัท เขมจิรา ขนส่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับขนส่งน้ำมันให้ บริษัท IRPC หรือ TPI เดิม มีลูกจ้างประมาณ 140 คน และบริษัท พลาสติก ทรานสปอร์ต จำกัด มีคนงานประมารณ 140 คน ซึ่งเป็นบริษัทรับขนส่งเม็ดพลาสติก ให้บริษัท IRPC เช่นกัน โดยใช้วิธีการเดียวกันคือ ให้ลูกจ้างเซ็นชื่อลาออกแล้วจ่ายค่าชดเชยให้ เพราะเห็นว่าพนักงานมีอายุการทำงานหลายปี มีการจ่ายสวัสดิการมาก ต้นทุนการขนส่งสูง และทางIRPC ต้องการจ้างบริษัทอื่นเข้ามาดำเนินการ ดังนั้น อยากให้กระทรวงแรงงานเข้ามาดูแล
นายสุเทพ อุ่นสมัย รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยองเข้าไปดูแลใน 2 บริษัทดังกล่าวแล้ว
แหล่งข่าว : แนวหน้า