|
นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 มาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติว่า
เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งต้องจัดทำไม่เร็วกว่าสิบห้าวัน และไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนด และมาตรา 29 วรรคสาม บัญญัติว่าการออกเสียงประชามติต้องกระทำภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเห็นว่า เพื่อให้ลูกจ้างได้ใช้สิทธิออกเสียงประชามติอย่างทั่วถึง จึงขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ในกรณีที่ลูกจ้างประสงค์ที่จะยื่นคำขอลงทะเบียนการใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดตามแบบคำขอลงทะเบียนการใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด (อ.ส.13) ขอให้อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกจ้างในการยื่นคำขอลงทะเบียนการใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดและอนุญาตให้ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบกิจการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในวันที่ทางราชการกำหนดโดยไม่ถือเป็นวันลา หรือวันหยุด
ทั้งนี้ลูกจ้างสามารถยื่นขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงในจังหวัดที่ตนทำงานอยู่ในระหว่างวันที่ 9-19 กรกฎาคม 2550 ที่สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร หรือที่ว่าการอำเภอ ซึ่งจะมีการออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในวันที่ 19 สิงหาคม 2550.
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์
|