รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยอมรับว่าประเทศไทยขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในภาพรวมทุกอุตสาหกรรมประมาณ 230,000 ตำแหน่ง เตรียมจับมือกระทรวงศึกษาธิการเร่งผลิตแรงงานตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด
นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในภาพรวมทุกอุตสาหกรรมจำนวน 230,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้กับภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนได้มีแรงงานไว้ใช้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยจะเร่งศึกษาเพื่อให้ทราบภาวะการขาดแคลนแรงงานเพื่อจะได้ผลิตแรงงานป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรมได้ทัน
ขณะเดียวกันก็เพิ่มทักษะให้กับแรงงานที่มีอยู่แล้วในตลาดให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมโดยเป็นแรงงานที่มีความรู้ทางเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันมีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมจะใช้แรงงานน้อยลงและต้องการแรงงานที่มีความรู้เทคโนโลยีมากขึ้น
นายปิยะบุตร กล่าวว่า ปัจจัยแรงงานที่มีทักษะเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น การที่ประเทศไทยขาดแรงงานที่มีทักษะ แต่ประเทศไทยยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนได้ และปัจจัยด้านอื่น ๆ ของไทยถือว่ามีความเหมาะสมและเอื้อต่อการเข้ามาลงทุนของนักลงทุน
นายปิยะบุตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2551 กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมงบประมาณสำหรับใช้ในการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไว้จำนวน 500 ล้านบาท จากที่ปีงบประมาณ 2550 มีงบประมาณในส่วนนี้เพียง 170-180 ล้านบาท โดยโครงการประหยัดพลังงานสำหรับโรงงานขนาดเล็กของกรมโรงงานอุตสาหกรรมถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องเพื่อจุดประกายให้โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศได้เริ่มต้นกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดการใช้พลังงานลง ซึ่งโรงงานนำร่องนี้มีโรงงานจำนวน 95 โรงงาน จาก 19 กลุ่มจังหวัดที่ผ่านมาคัดเลือกได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อใช้ในการลงทุนเพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน
นายรัชดา สิงคาลวณิช อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า โรงงานที่จัดเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศไทยมีจำนวนประมาณ 50,000 แห่ง การดำเนินโครงการนำร่องในการประหยัดพลังงานครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้โรงงานแต่ละแห่งสามารถประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ 10 ต่อปี และยังเป็นตัวอย่างให้กับโรงงานอื่น ๆ ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
ที่มา : ผู้จัดการ