ซิป้าเร่งหาทางปลุกซอฟต์แวร์ไทย หลังเห็น5ปัจจัยที่ทำให้อุตฯไม่โต : SIAMHRM.COM

ซิป้าเร่งหาทางปลุกซอฟต์แวร์ไทย หลังเห็น5ปัจจัยที่ทำให้อุตฯไม่โต




       ซิป้าเตรียมเร่งเยียวยาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย  หลังพบ 5 ปัจจัย ทั้ง รัฐไม่สนับสนุน ขาดแรงงาน ขาดเงินทุนหมุนเวียน ทำตลาดไม่คล่อง และละเมิดลิขสิทธิ์ มีผลทำให้อุตฯไม่ขยายตัว ขณะที่ปี 50 ตลาดซอฟต์แวร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 18% มีมูลค่า 59,132 ล้านบาท แต่กลุ่มภาครัฐชะลอตัวต้องรอไปถึงรัฐบาลใหม่ถึงมีลงทุนจัดซื้อซอฟต์แวร์รับการใช้งานเพิ่มขึ้นเหตุงบเบิกจ่ายไม่ออก
       
       นายอาวุธ พลอยส่องแสง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า จากการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศไทยประจำปี 2549 ที่ซิป้า ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ทางผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูล ถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจซอฟต์แวร์ในปัจจุบัน ที่เป็นองค์ประกอบทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศไทยไม่เติบโตหรือเป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้ใช้งาน  โดยทางกลุ่มผู้ประกอบการ  ได้ให้ข้อมูลปัญหาและอุปสรรคไว้ 5 ปัจจัย ประกอบด้วย  
       
       1. ปัญหาเรื่องการสนับสนุนจากภาครัฐยังไม่เพียงพอ  หรือมีการเริ่มต้นสนับสนุนระยะหนึ่ง และไม่มีการดำเนินการต่ออย่างต่อเนื่อง  เช่น การจัดงานให้ผู้ซื้อพบผู้ขาย (Thailand Software Fair 2004) มีการจัดเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการสนับสนุนด้านข้อมูลไม่เพียงพอ เช่น ข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ข้อมูลวิธีการจดลิขสิทธิ์/สิทธิบัตร  ข้อมูลการทำตลาดต่างประเทศ เป็นต้น
       
       2. ปัญหาเรื่องบุคลากร ทั้งเรื่องบุคลากรขาดแคลน มีการย้ายงานค่อนข้างสูง บุคลากรยังไม่มีคุณภาพมากพอที่จะเข้าทำงานในภาคธุรกิจได้ เอกชนจะต้องมีการอบรมบุคลากรที่จบใหม่เพิ่มเอาเอง ทำให้ต้นทุนส่วนนี้สูง การขาดแคลนบุคลากรนี้พบได้ในทุกสาขาซอฟต์แวร์  และในแต่ละสาขาก็มีความต้องการบุคลากรที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป เช่นในกลุ่ม Embedded ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในระบบฮาร์ดแวร์ และความรู้เรื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นด้วย ในขณะที่บุคลากรด้าน Enterprise ต้องการผู้มีความเข้าใจใน Business Process ส่วนบุคลากรด้าน Mobile Application ต้องการบุคลากรที่พร้อมจะรับเทคโนโลยีใหม่ๆ สนใจการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
       
       
3. การขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบการ ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจซอฟต์แวร์จำเป็นต้องใช้เวลาในการผลิตสินค้า และใช้คนเป็นปัจจัยการผลิตหลัก ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายที่มีเงินทุนไม่พอเพียง ไม่สามารถดำเนินการผลิตสินค้าจนถึงตลาดได้
       

       4. ปัญหาด้านการตลาด ผู้ประกอบการยังขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการหาตลาด ทั้งตลาดต่างประเทศและภายในประเทศ โดยตลาดต่างประเทศ ผู้ประกอบการหลายรายเห็นว่า สินค้าซอฟต์แวร์ เป็นสินค้าที่มีความเป็นสากล ทุกๆ ประเทศจะมีความต้องการคล้ายๆ กัน ตลาดในประเทศใกล้เคียง เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา น่าจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปยังตลาดเหล่านั้นได้อย่างไร  ในขณะที่ตลาดในประเทศ ผู้ประกอบการยังขาดแนวคิด วิธีการ การสนับสนุน ในการทำตลาด
       
       5. ปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำตลาด ปัญหานี้เป็นปัญหาที่พบค่อนข้างมากในประเทศไทย ทำให้ผู้ผลิตหลายรายต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำตลาด เป็นการแจกฟรี และเก็บค่าใช้บริการแทน
       
       “ปัญหาในบ้านเราเหมือนไก่กับไข่ ซึ่งทั้งหมดเราเข้าใจดี โดยทุกแนวทางที่ผู้ประกอบการนำเสนอมา ทางซิป้าจะรวบรวมไปตีโจทก์จำแนกออกไปตามกลุ่มประเภทความต้องการและรูปแบบการให้แนวทางส่งเสริม ให้ซอฟต์แวร์ไทยแต่ละกลุ่มขับเคลื่อนเติบโตได้ ซึ่งตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราในแถบนี้ก็เริ่มสร้างการแข่งขันตลาดซอฟต์แวร์กันบ้างแล้วและมีผู้นำซอฟต์แวร์บางรายได้เริ่มเข้าไปสร้างฐานบุคลากรกันแล้ว”
       
       อย่างไรก็ตาม แนวทางที่กลุ่มผู้ประกอบการนำเสนอความเห็นสำนักงานฯ ซิป้าจะรวบรวมข้อมูลและจำแนกรายละเอียดนำเสนอเข้าต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อวางยุทธ์ศาสตร์และการประสานหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อไป
       
       นายอาวุธ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดซอฟต์แวร์ปี 2550 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี 2549 เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือน/ธุรกิจครัวเรือน (SOHO) เพื่อทดแทนเทคโนโลยีเก่า และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานยังมีอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจในการใช้จ่ายอยู่บ้าง
       
       
“ปีนี้ตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศไทยจะยังคงขยายตัวประมาณร้อยละ 18 หรือมีมูลค่า 59,132 ล้านบาท”
       

       ตลาดส่วนที่มีการขยายตัวสูงน่าจะเป็นกลุ่มสถาบันการเงิน เนื่องจากจะต้องมีการจัดทำระบบป้องกันความเสี่ยงตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งกำหนดให้เริ่มใช้ในปี 2550 และตลาดส่วนที่มีแนวโน้มชะลอการขยายตัวน่าจะเป็นตลาดภาครัฐ เนื่องจากจะมีการระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า รวมถึงการชะลอตัวของโครงการใหญ่ๆ ซึ่งรอการตัดสินใจหลังการมีรัฐบาลชุดใหม่ปลายปี 2550
       
       สำหรับแนวโน้มเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์ จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการด้าน Enterprise Software ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงสุด ระบุว่าเทคโนโลยีด้าน SOA (Service-oriented architecture) และ SaaS (Software as a Service) เป็นเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้กับซอฟต์แวร์ประเภทนี้ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM