|
นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่อุปทูตซาอุดีอาระเบีย มีกำหนดเข้าพบ นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) ว่า คงจะได้หารือถึงความต้องการแรงงานไทย เพื่อไปทำงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะที่ผ่านมา นายจ้างซาอุดีอาระเบียได้ส่งสัญญาณความต้องการแรงงานไทยจำนวนมากหลายหมื่นอัตรา โดยส่วนใหญ่ต้องการช่างซ่อมบำรุง ซึ่งแรงงานไทยทำงานได้ดี และถูกใจนายจ้างซาอุดีอาระเบีย การหารือในวันพรุ่งนี้คงมาคุยว่าใกล้เวลาแล้วที่จะฟื้นความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ นายสุภัท กุขุน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การเข้าพบของอุปทูตซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ เป็นการเข้าเยี่ยมคารวะแนะนำตัวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ และแสดงเจตนารมณ์เรื่องความสัมพันธ์ด้านประชากร ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และคดีอุ้มอุปทูตและนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย โดยแม้ระยะหลังจะมีแรงงานไทยไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียน้อยลงมาก จากในอดีตแรงงานไทยไปทำงานเป็นแสนๆ คน เหลือปัจจุบันไม่กี่พันคน แต่ซาอุดีอาระเบียก็ให้การดูแลแรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่อย่างดี รวมทั้งต้อนรับการเดินทางของคนไทยมุสลิมที่ไปร่วมพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดีอาระเบีย จึงมีโอกาสที่ไทยกับซาอุดีอาระเบียจะฟื้นความสัมพันธ์ในการจัดส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่าง ไทย-ซาอุดีอาระเบีย กระทรวงแรงงานมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมให้แรงงานมีฝีมือไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น แต่ไม่ส่งเสริมให้ไปทำงานกรรมกร เพราะประเทศไทยก็ยังขาดแคลนงานด้านนี้อยู่แล้ว และรายได้จากงานกรรมกรที่ซาอุดีอาระเบียก็ไม่ต่างกับทำงานในไทย ด้าน นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีอุ้มอุปทูตและนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ขณะนี้ประสานการทำงานระหว่างไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งดีเอสไอก็เร่งทำคดีเพราะคดีใกล้ขาดอายุความ โดยจะส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปประเทศซาอุดีอาระเบีย
แหล่งข่าว :หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |