ปี พ.ศ.2550 ที่กำลังใกล้จะมาถึง นับเป็น "ปีทอง" ที่ผู้หญิงเกาหลีใต้ต้องจดจำไว้เลยว่า นี่คือปีที่ผู้หญิงทุกคนจะได้รับความเสมอภาค เท่าเทียมกัน เวลาไปสมัครงาน ไม่ว่าเธอคนนั้นจะสวยเลอเลิศ ระดับนางงาม หรือขี้เหร่ ชนิดหา "จุดสวย" ไม่เจอเลยก็ตาม ด้วยกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ที่จะกำจัดอคติ ความลำเอียงต่อผู้หญิงอันเนื่องมาจากตัวเลขอายุ และรูปร่าง หน้าตา ให้หมดสิ้นไป โดยห้ามนายจ้างถามข้อมูลเรื่องอายุ, น้ำหนัก, ส่วนสูงของผู้สมัครงาน หรือแม้แต่ "รูปถ่าย" ซึ่งทุกวันนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ เวลาไปสมัครงาน ก็ไม่ต้องมีอีกต่อไปแล้ว
ฮวาง กี จา เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้ แถลงข่าวนี้ให้สื่อมวลชนรับทราบเมื่อวันพุธที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยว่า ภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า กระทรวงแรงงานจะสั่งยกเลิกกฎหมายทุกฉบับ ที่มีการ "กีดกัน" ทางเพศ หรือ เลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าประชุมกับสภาผู้แทนราษฎร และเชื่อว่า น่าจะผ่านโดยไม่มีปัญหา
"แล้วต่อจากนั้น เราก็จะรีบแจกจ่ายแบบฟอร์มของใบสมัครงานแบบใหม่ออกมาให้บริษัท และหน่วยงานต่างๆ ได้นำไปใช้กัน" ฮวาง เจ้าหน้าที่หญิงของกระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี และเล่าคร่าวๆ ถึงบทลงโทษว่า ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎหมายใหม่จะถูกปรับเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 วอน หรือประมาณ 195,251 บาท
ทั้งยังว่า "การกีดกัน และเลือกปฏิบัติ กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ในธุรกิจภาคเอกชน ซึ่งมีบริษัทมากมายที่ต้องการรู้ข้อมูลเรื่องอายุ และรูปร่าง หน้าตาของผู้สมัครงาน" ฮวางเล่าระหว่างให้สัมภาษณ์เอเอฟพี โดยอ้างถึงผลสำรวจล่าสุดของกระทรวงแรงงาน ที่พบว่าในแวดวงธุรกิจเอกชน ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ มีอยู่ถึง 46.7% ที่ให้ความสนใจกับ รูปร่าง หน้าตาของผู้สมัครระหว่างการสอบสัมภาษณ์ และให้น้ำหนักกับเรื่องนี้อย่างมาก ในการพิจารณารับคนเข้าทำงาน
ขณะที่ในบริษัทเอกชนอื่นๆ ก็ให้ความสำคัญกับรูปร่าง หน้าตาของผู้สมัคร ถึง 36.8% แล้วก็มีคนถึง 9 ใน 10 ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้หญิงสวย นั้นได้เปรียบอย่างมาก และมักจะได้งาน ขณะที่ก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลถึง 4 ใน 5 ที่ยอมรับว่า ชอบคนสวย คนหน้าตาดี
"จากผลสำรวจที่ได้ ซึ่งสะท้อนภาพแนวโน้มในตลาดแรงงานของสังคมเรา ก็ทำให้ชาวบ้านเขาเชื่อกันทั้งนั้นว่า รูปร่าง หน้าตา มีส่วนสำคัญมากในการสมัครงาน"
ทั้งนี้ ในเอเอฟพียังเล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาก็มีผู้หญิงอย่างน้อย 2 คนที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะกลัดกลุ้มเรื่องหางาน และน้ำหนักตัว โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มีหญิงสาววัยรุ่นอายุ 20 เศษที่ฆ่าตัวตาย เพราะเครียดที่ตัวเองอ้วน ตามด้วยผู้หญิงวัย 30 เศษที่จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย หลังจากอุตส่าห์ไปร่ำเรียนถึงต่างประเทศแต่กลับมา ก็ยังหางานทำไม่ได้!!!
แหล่งข่าว ; เครือมติชน