ทั้งนี้ นายวัฒนะได้เข้ายื่นเรื่องเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเคยชี้แจงไว้ว่า ในความเห็นของกฤษฎีการะบุว่า เมื่อคู่สัญญาภาคเอกชนเป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการสำหรับกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับอนุญาตหรือสัมปทานจากรัฐแล้ว จึงมีหน้าที่เสียภาษี และมีหน้าที่ยื่นแบบรายการภาษี และชำระภาษีสรรพสามิตตามกฎหมาย แม้ในสัญญาร่วมการงานจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใด เป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากประชาชนผู้รับบริการก็ตาม แต่เป็นเรื่องข้อตกลงที่มีผลผูกพันกันระหว่างคู่สัญญา ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่บุคคลนั้นพึงมีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตแต่อย่างใด
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ