| นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบนโยบายแนวทางการทำงานในโอกาสดำรงตำแหน่งใหม่ว่า จากนี้การพัฒนาฝีมือแรงงานจะเน้นที่เมื่อพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วต้องทำให้นายจ้างได้งาน
ลูกจ้างได้เงิน และเพิ่มประสิทธิภาพของงาน รวมถึงการสร้างเครือข่ายเป็นพันธมิตรในการทำงานร่วมกับ นายจ้าง สถานประกอบการ สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัด และการจัดหลักสูตรฝึกอบรมต้องเอื้อกับความต้องการแรงงานของสถานประกอบการ สำรวจความต้องการแรงงานว่าต้องการแรงงานด้านไหนแล้วผลิตแรงงานป้อนโดยตรงถือว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่ม demand ที่เราต้องร่วมมือและมีกลุ่ม supply อีกกลุ่มที่เราต้องเป็นพันธมิตรด้วย คือ กระทรวงศึกษาธิการ อาชีวะศึกษา การศึกษานอกโรงเรียน เพราะมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ถ้าเราได้บูรณาการร่วมกัน ก็จะทำให้เราผลิตแรงงานที่ได้คุณภาพมากขึ้น และทุกหน่วยงานต่างมีภารกิจที่ใกล้เคียงกัน หากร่วมมือกันได้จะเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง
ในส่วนการทำงาน ให้ยึดหลักตามนโยบายรัฐบาล ประหยัด โปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ ด้านเครื่องมือต่างๆ ในศูนย์ฯ สถาบันฯ ให้ใช้ให้คุ้มค่าชิ้นไหนที่ไม่ได้ใช้ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญเมื่อพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่ผู้ใช้แรงงานแล้ว อย่าลืมการพัฒนาฝีมือของตนเองด้วย เพราะเราเป็นผู้มอบความรู้ มอบฝีมือให้แก่แรงงาน ดังนั้นเราจำเป็นต้องรู้มากกว่า ยิ่งเทคโนโลยีต่างๆ ก้าวหน้าเร็วด้วยแล้ว ยิ่งต้องพัฒนาให้ทัน
ด้านบทบาทของกพร.ในอนาคต เตรียมผลักดันให้เป็นผู้กำหนดนโยบายประสานการพัฒนาฝีมือแรงงานของชาติ โดยจะผลักดันผ่านคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.)จะอาศัยคณะกรรมการชุดนี้ผลักดันแผนแม่บทพัฒนากำลังคนแห่งชาติขึ้นมา ขณะนี้กำลังเสนอครม.อยุ่ เมื่อกพร.ปช.มีมติแล้วจะมีการแต่งตั้งระดับคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.)ขึ้น เพื่อให้การพัฒนาแรงงานและการประสานงานการฝึกอาชีพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์สูงสุดต่อ ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศโดยมีระบบและรูปแบบการดำเนินงานในแนวทางเดียวกัน และเป็นการกระจายการพัฒนาไปสู่จังหวัดด้วย อธิบดีกพร.กล่าวในตอนท้าย.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส
|