| นับเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งที่จะมี Thailand Top 100 HR เกิดขึ้นในเมืองไทย
เมื่อ "รศ.ดร.ไว จามรมาน" ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำโครงการเพื่อสรรหาและรวบรวมนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่น หรือ Thailand Top 100 HR จนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
"สถาบันตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ จึงอยากจะรวบรวมองค์ความรู้ด้านทรัพยากรมนุษย์ เพราะความรู้อยู่ที่ตัวบุคลากร จึงได้เริ่มโครงการนี้ขึ้นมา"
เป้าหมายเพื่ออะไร ?
"เพื่อยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบที่มุ่งมั่นในงานบริหารและพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ และพร้อมจะนำประสบการณ์และความรู้มาช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยการถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดในวงกว้าง ด้วยความเชื่อมั่นว่าคนไทยด้วยกันจะสามารถยกระดับความสามารถของคนไทยให้สูงขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์กับคนอีกรุ่น โดยจะเก็บรวบรวมความรู้อย่างเป็นระบบและทันสมัย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลอ้างอิงและเป็นฐานข้อมูลกลางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ"
โดยคณะกรรมการสรรหา Thailand Top 100 HR มี นายสุธี พนาวร เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย ดร.วิชัย ศิรินคร นายบำรุง รามศรี นายวิเชียร สังเกิด รศ.สุพานี สฤษฎ์วานิช และ ดร.สมประสงค์ โกศลบุญ
นายสุธี พนาวร กรรมการบริหารทรัพยากรมนุษย์ กล่าวว่า เราได้พยายามคิดกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อเชิดชูคุณงามความดีที่นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้สร้างไว้ และถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ให้ตกทอดไปยังนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ท่านอื่นๆ ทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นต่อๆ ไป
โครงการ Thailand Top 100 HR จึงเกิดขึ้นมา เพื่อสรรหา รวบรวม และยกย่องบุคคลต้นแบบที่เปี่ยมความรู้ ความสามารถในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่พร้อมนำประสบการณ์ความรู้มาช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ และเป็นกรณีศึกษาตัวอย่าง โดยจะมีการคัดเลือกผู้บริหารทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะโดยวิชาชีพหรือ ผู้บริหารในวิชาชีพอื่น แต่ให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 100 คน
โดยจะมีการจัดทำทำเนียบ Thailand Top 100 HR เพื่อเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงาน และจะมีการคัดเลือก Thailand Top 100 HR ต่อเนื่องไปทุกๆ 2 ปี
ผู้ที่ได้รับการคัดสรรเป็น Thailand Top 100 HR จะมีบทบาทหน้าที่สำคัญ
1.แสดงวิสัยทัศน์ในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในการสัมมนา HR outlook ซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้ง การสัมมนานี้เป็นเวทีที่จะมองไปข้างหน้า ว่าเราควรจะทำอย่างไรกับทรัพยากรมนุษย์ของเรา เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
2.เสนอแนะแนวนโยบายแก่ภาครัฐและแสดงผลงานวิจัยในรายงานสมุดปกขาว เพื่อเสนอแนะแก่ภาครัฐในการวางแนวนโยบายในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ต่อไป
3.เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ในการสัมมนา HR forum ซึ่งสถาบันจะจัดให้มีขึ้นไตรมาสละ 1 ครั้ง และจะมีการนำไปเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของสถาบันอีกด้วย HR forum นี้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ best practice ระหว่างกัน
4.เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ในหนังสือและสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ
5.สานต่อภารกิจในการคัดเลือก Thailand Top 100 HR สำหรับรุ่นต่อไป เพื่อให้กิจกรรมนี้ยั่งยืนต่อไป
ด้าน "ดร.สมประสงค์ โกศลบุญ" หัวหน้าสาขาวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หลักการในการเลือกนั้น เราให้โอกาสที่กว้างมาก ในส่วนแรกเรามอง
นักบริหารงานบุคคล ซึ่งในเมืองไทยเองได้มี
การพัฒนามาเป็นเวลา 30 ปี เรามองว่าคนไหนที่สามารถพัฒนาองค์กรหรือนำความรู้ด้านนี้เพื่อการพัฒนาอาชีพ แล้วใช้เพื่อเป็นประโยชน์ของ
ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เราก็สมควรยกย่อง
กลุ่มต่อไปกลุ่มราชการและรัฐวิสาหกิจซึ่งมีทั้งการขยายและปรับลดเป็นจำนวนมาก เราจะดูว่าใครก็ตามที่เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้นโยบายภาครัฐไปสนองต่อแผนการพัฒนาระบบราชการ หน่วยงานต่างๆ ที่ให้บริการประชาชนได้ดีขึ้น ทำให้พัฒนาองค์กรมีประสิทธิภาพ ถือว่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งสิ้น คนเหล่านั้นไม่จำเป็นที่ต้องทำงานฝ่ายบุคคลหรือดูแลเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยตรง อาจจะเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือใครก็ตามที่นำเทคโนโลยีในการบริหารบุคคลหรือมีความตั้งใจที่จะทำให้องค์กรดีขึ้น
อีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นค่อนข้างชัดเจนคือนักวิชาการด้านทรัพยากรมนุษย์นั้น เราพึ่งพิงตำราต่างชาติกันมาหลายสิบปี ในขณะเดียวกันเราก็มีนักวิชาการในประเทศที่พยายามพัฒนาความรู้ หรืองานวิจัยต่างๆ ที่ให้ความรู้ไปพัฒนาแผนต่างๆ เช่น แผนพัฒนาฯ 8-9-10 เป็นแผนที่เน้นคนทั้งนั้น แต่ยังไม่มีใครให้ความสนใจ
เอกชน รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ กลุ่มนักวิชาการโดยเปิดกว้างให้ทุกที่ ถ้าเป็นเอกชนแล้วมีงานวิจัย มีการค้นคว้า มีการสร้างองค์ความรู้ เหล่านี้อยู่ในข่ายที่เราจะให้การยกย่อง
"จากตรงนี้เมื่อได้มีการเชื่อมโยงกันแล้ว จะทำให้กลุ่มงานวิชาการ ผู้ที่ปฏิบัติงานในภาคธุรกิจและภาคราชการมีการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในประเทศ ทำให้ knowledge management มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น"
แล้วมีกระบวนการในการสรรหาและวิธีการคัดเลือกอย่างไร ?
นายบำรุง รามศรี ที่ปรึกษาสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ให้รายละเอียดว่า
ที่มาที่ไปคือเรามีนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชนของไทย มีเป็นแสนคน และอยู่ในระดับบริหารหลายหมื่นคน
คณะกรรมการสรรหาจึงคิดว่าตัวเลข 100 จึงเป็นตัวเลขที่เหมาะสมในปริมาณงานที่จะคัดเลือกได้ในเงื่อนไขของเวลาที่ค่อนข้างจำกัด
โดยสัดส่วน 100 คน จะแยกเป็นของภาคเอกชน 50 คน เป็นซีอีโอของหน่วยงานราชการหรือเอกชน 10 คน เป็นของราชการ 20 คน และรัฐวิสาหกิจ 20 คน
การสรรหารายชื่อนั้นก็ได้ขอความร่วมมือ
จากชมรม HR 34 ชมรมทั่วประเทศไทย
รวมทั้ง PMAT หน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีการเขียนบทความเผยแพร่และบทสัมภาษณ์ทางสื่อต่างๆ
กระบวนการคัดเลือกนั้น เราได้มีการจัดเตรียมแผ่นพับประชาสัมพันธ์และใบสมัครจำนวน 6,000 ชุด โดยคาดว่าจะได้รับใบสมัครกลับมาไม่น้อยกว่า 600 ใบสมัคร คณะกรรมการสรรหาจะส่งให้ คณะกรรมการคัดเลือกจำนวน 200 ชุด โดยคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกให้เหลือ 100 คน
ความเที่ยงธรรม ความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการคัดเลือกและการคัดเลือกได้มาอย่างไร ?
เรามีคณะกรรมการคัดเลือกจากสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการตั้งอนุกรรมการสรรหาจากชมรมการบริหารงานบุคคลทั่วประเทศ จากนั้นจะมีคณะกรรมการ
คัดเลือกที่มาจากราชการและรัฐวิสาหกิจ 6 ท่าน องค์กรวิชาชีพ 4 ท่าน และนักวิชาการ
HR 3 ท่าน นักบริหาร HR 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้าน HR อีก 3 ท่าน คัดกรอง โดยถือมติของเสียงส่วนใหญ่
โดยจะปิดรับสมัครในวันที่ 15 ธันวาคม ประเมินแบบฟอร์มประวัติเบื้องต้น 16 ธันวาคม 2549-15 มกราคม 2550
ส่งใบสมัครที่สมบูรณ์จำนวน 200 คน ให้ คณะกรรมการคัดเลือก 19 ท่าน วันที่ 16 มกราคม 2550 คณะกรรมการคัดเลือกประเมินผล 19 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ สรุปผลคัดเลือก 23 กุมภาพันธ์ และแถลงผลการตัดสินและมอบรางวัลในวันที่ 27 มีนาคม
ทั้งนี้ในการพิจารณาผลงานจะแยกเป็นประสบการณ์วิชาชีพ HR 20 คะแนน ผลงานเด่นหรือผลงานสร้างสรรค์ด้าน HR ให้กับองค์กร/ สังคม 20 คะแนน ความเชี่ยวชาญพิเศษด้าน HR 15 คะแนน วิสัยทัศน์ด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 15 คะแนน กิจกรรมเพื่อสังคม (5 ปีย้อนหลัง) 15 คะแนน และผลงานวิชาการด้าน HR ที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน เช่น บทความ งานวิจัย หนังสือ บทสัมภาษณ์ อีก 15 คะแนน
ผู้ที่สนใจติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้ที่สถาบันทรัพยากรมนุษย์ โทร.0-2613-3302, 0-2613-3306 และ 0-2613-3308 หรือเข้าไปที่ www.hri.tu.ac.th
นับว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ฉะนั้นใครที่คิดว่าเข้าข่ายโปรดอย่ารอช้า เพราะมีเวลาจำกัดถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น
และที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ 10 ซีอีโอที่บริหารคนได้ยอดเยี่ยมนั้นจะเป็นองค์กรใดบ้าง ?
หน้า 52
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ |