| รอยเตอร์ - ผลการศึกษาของนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งอิงการวิเคราะห์ตลาดแรงงานในสิงคโปร์และฮ่องกง ระบุว่าการจ้างแรงงานอพยพมาทำงานในครัวเรือนเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือคนทำงานบ้าน สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังมีผลดีช่วยให้ค่าจ้างของแรงงานอเมริกันปรับตัวสูงขึ้น ไมเคิล เครเมอร์ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวว่า "แรงงานอพยพเหล่านี้จะยังประโยชน์มหาศาลให้แก่ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแรงงานทักษะต่ำ ซึ่งผลการศึกษาชิ้นนี้ดูจะตรงกันข้ามกับความเชื่อดั้งเดิมที่เคยเข้าใจกัน" ปัจจุบัน ปัญหาแรงงานอพยพผิดกฎหมายกำลังเป็นประเด็นถกเถียงร้อนแรงในหมู่นักการเมืองสหรัฐฯ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางสมัยที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวซึ่งได้รับการเผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ยังระบุอีกว่า การจ้างแรงงานอพยพมาทำงานในครัวเรือนนั้น ยังมีผลดีคือช่วยให้แรงงานสตรีทักษะสูง มีเวลาเป็นอิสระมากขึ้นเพียงพอที่จะออกไปทำงานในตลาดแรงงาน ผลการศึกษาดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากการวิเคราะห์ตลาดแรงงานในสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งอนุญาตให้แรงงานต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานเป็นคนรับใช้ตามบ้าน นักเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า แรงงานตามบ้านเรือนในฮ่องกงและสิงคโปร์ มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 7% ของแรงงานทั้งหมด โดยแรงงานต่างชาติเหล่านี้มีส่วนช่วยให้รายได้ของแรงงานทักษะต่ำที่เป็นคนท้องถิ่นสูงขึ้น 3.9% และช่วยยกระดับรายได้ของแรงงานท้องถิ่นโดยรวมขึ้น 1.2% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีนักวิชาการจำนวนมากเช่น จอร์จ บอร์จาส นักเศรษฐศาสตร์ด้านแรงงานอพยพของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โต้แย้งว่า แรงงานอพยพทักษะต่ำก่อให้เกิดคุณประโยชน์เพียงน้อยนิดต่อระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งยังส่งผลทำให้แรงงานท้องถิ่นได้รับค่าจ้างน้อยลง ทว่า ผลการศึกษาวิจัยล่าสุดชิ้นนี้กลับชี้ว่า แรงงานต่างชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับรายได้ประชาชาติขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รัฐมีรายได้มากขึ้นจากการเก็บภาษี นอกจากนี้ การจ้างงานแรงงานอพยพทำงานในครัวเรือนยังสามารถลดช่องว่างรายได้ระหว่างแรงงานทักษะสูงและทักษะต่ำให้น้อยลง และยังมีส่วนช่วยลดความแตกต่างด้านค่าจ้างของแรงงานหญิงชายได้อีกด้วย ที่ผ่านมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนมักจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีโครงการสนับสนุนแรงงานอพยพของชาติเอเชีย โดยชี้ว่า แรงงานสตรีที่เข้าไปทำงานเป็นคนรับใช้ตามบ้านในสิงคโปร์และฮ่องกง มักถูกบังคับให้ทำงานหนักเกินไป และถูกทำร้ายร่างกาย โดยที่เขตเศรษฐกิจทั้งสองยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานเหล่านี้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานอพยพและครอบครัวของพวกเขา งานประเภทนี้ถือเป็นงานที่ให้ค่าตอบแทนคุ้มค่า อาทิ แรงงานชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคน ซึ่งนิยมเดินทางไปทำงานเป็นคนรับใช้ตามบ้านในประเทศอื่นๆของเอเชีย ได้ส่งเงินกลับบ้านในปีที่แล้วทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 10,700 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งหมด เครเมอร์เสริมว่า ในขณะนี้ สหรัฐอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการเดินตามรอยโมเดลการจ้างงานของเอเชีย แต่ผลการศึกษาชิ้นนี้อาจเป็นประโยชน์ในอนาคต หากสหรัฐฯมีโครงการสนับสนุนการจ้างงานในลักษณะเดียวกัน
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|