นราฯเข้มนำเด็ก-แรงงานต่างด้าวค้าประเวณี ย้ำเอาผิดตามกฎหมาย : SIAMHRM.COM

นราฯเข้มนำเด็ก-แรงงานต่างด้าวค้าประเวณี ย้ำเอาผิดตามกฎหมาย




นราธิวาส - ผู้ว่าฯนราธิวาส วางมาตรการเข้มป้องกันการนำเด็กและแรงงานต่างด้าว เข้ามาค้าประเวณีในพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเมืองชายแดน และมีสถานบันเทิงในลักษณะแอบแฝงอยู่ทั้งหมดถึง 94 แห่ง ซึ่งหากมีการตรวจพบ สถานประกอบการใดที่กักขังหน่วงเหนี่ยว เพื่อการค้าประเวณี จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ในข้อหาค้ามนุษย์ หลังพบมีการนำเด็กมาค้าประเวณีในพื้นที่ 34 ราย
       
       วันนี้ (9 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ห้องประชุมสถานสงเคราะห์เด็กชาย จังหวัดนราธิวาส นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้แถลงถึงผลการเข้าตรวจค้น สถานบันเทิงในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ร่วมกับองค์กรพิทักษ์สตรีแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อนหญิง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร อ.สุไหงโก-ลก กองบังคับการการกระทำความผิดต่อเด็กและสตรี(ปดส.) และกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจเพชราวุธ
       
       ทั้งนี้ ได้ใช้กฎอัยการศึกเข้าตรวจค้น และจับกุมสถานประกอบการร้านคาราโอเกะ 2 แห่ง เป็นของ นายชัยประสิทธิ์ จันทร์ศรีราช ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือสตรีและเด็ก ที่ถูกล่อลวงมาได้ จำนวน 34 คน แยกเป็นชาว เวียดนาม จำนวน 3 คน กัมพูชา จำนวน 2 คน พม่า จำนวน 20 คน ลาว จำนวน 3 คน และไทย จำนวน 6 คน
       
       เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปไว้บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนราธิวาส สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ การฟื้นฟูทางจิตใจ ก่อนส่งไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านศรีราษฎร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อไป และพร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประสานงานไปยังองค์กรสตรีของประเทศลาว เวียดนาม พม่า และกัมพูชา ไว้แล้วด้วย
       
       นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ว่า เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจค้าประเวณีมักอาศัยช่องว่างของกฎหมายในการหลบเลี่ยง โดยทำเป็นสถานบันเทิงในลักษณะแอบแฝง ทั้งการเปิดเป็นร้านคาราโอเกะ บาร์เบียร์ และร้านเกม ซึ่งจะลักลอบนำเหยื่อไปซุกซ่อนไว้ในเซฟเฮาส์ส่วนตัว และหากไม่ได้รับการแจ้งเบาะแสจากเหยื่อเอง ก็ยากที่เจ้าหน้าที่จะค้นหาแหล่งพบ
       
       อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องสถานบันเทิงในพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเมืองชายแดน และมีสถานบันเทิงในลักษณะแอบแฝงอยู่ทั้งหมดถึง 94 แห่ง ซึ่งหากมีการตรวจพบว่าสถานประกอบการใดที่กักขัง หน่วงเหนี่ยว เพื่อการค้าประเวณี จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดในข้อหาค้ามนุษย์ โดยใช้กฎหมาย ปปง.เข้ายึดทรัพย์ผู้กระทำผิดทุกราย โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้เพื่อให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง
       
       ภายหลังจากการส่งทีมเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบสถานบันเทิง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พบว่า มีจำนวนของหญิงที่ค้าประเวณีลดลงจากเดิมเป็นจำนวนมาก โดยเชื่อว่า ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลดลง และกลุ่มสตรีมีความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากโรคร้ายที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM