ซัด คปค.ไม่ต่างกับ"แม้ว" รวมศูนย์อำนาจงุบงิบปฏิรูป : SIAMHRM.COM

ซัด คปค.ไม่ต่างกับ"แม้ว" รวมศูนย์อำนาจงุบงิบปฏิรูป




สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร้องคปค.ช่วยสกัดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขณะที่นักศึกษา บุกวางหรีดหน้า บก.ทบ.ไว้อาลัยอำนาจปลายกระบอกปืน ชี้ทำลายประชาธิปไตย ยึดอำนาจเพื่อแก้ปัญหาภายในกองทัพ ชาวเกาะเสม็ดโผล่ร้อง เลิกกฎหมาย-มติครม.ขายชาติ ด้านกลุ่มเสื้อดำต้านรัฐประหาร ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง จวกคปค.ไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยได้ เชื่องานนี้คนชั้นกลางอาจเฮ แต่คนชั้นล่างอาจโดนจำกัดสิทธิยาว คปค.ไม่ต่างกับแม้ว เพราะรวบอำนาจ ปฏิรูปก๊งกันเฉพาะคนชั้นสูง
       
       ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ (27ก.ย.)นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง พร้อมพวกประมาณ 20 คน ได้ทำหนังสือร้องร้องต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.)โดยขอให้คปค.พิจารณายุตินโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน โดยนายเพียร กล่าวว่า จากการที่คปค.ได้แสดงถึงความห่วงใยในปัญหาบ้านเมือง และการดำรงชีพของประชาชนมาตลอด ที่ผ่านมาสหภาพแรงงานฯได้คัดค้านต่อสู้เรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้การดำเนินการในรูปแบบที่แสวงหาผลกำไรเพราะจำทำให้ประชาชนเดือนร้อน
       
       "เราเป็นห่วงว่าถ้าคปค.ออกไปแล้ว กลัวว่าถ้ารัฐบาลอื่นเข้ามาจะสามารถแปรรูปรัฐวิสาหกิจขั้นพื้นฐานได้ เพราะสาธารณูปโภคเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ พล.อ.สนธิ อยู่ตรงนี้ จึงอยากให้เก็บรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ไว้เพื่อประโยชน์ของประเทศ และน่าจะระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ ทั้งนี้ สหภาพฯคงไม่มีการเข้าชื่อกันเพื่อให้ยกเลิกการแปรรูปเหมือนที่ผ่านมา"นายเพียร กล่าว
       
       **นศ.วางหรีดหน้า บก.ทบ.
       
       จากนั้นนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์ข่าวสารกิจกรรมนักศึกษาจำนวน 5 คน วางพวงหรีดหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เพื่อต่อต้านการใช้กำลังทหารเข้ามายึดอำนาจ ซึ่งพวงหลีดดังกล่าวมีข้อความสีขาวบนพื้นกระดาษสีดำ ระบุว่า "Coup killed democracy"และ " Student Activity Information Resuarce" โดยนายโชติศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มพวกตนมาแสดงออกตามประกาศคณะปฏิรูปฯ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งการออกมาครั้งนี้ตนอยากทราบถึงเหตุผลของการดำเนินการยึดอำนาจครั้งนี้ ทั้งที่ ก่อนวันที่ 19 ก.ย.คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก็ได้มีการคัดเลือกมาแล้ว และพร้อมจะมีการเลือกตั้งเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองในระยะเวลาอีก 2 เดือนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตนก็แปลกใจที่พอมีทหารใช้กำลังยึดอำนาจ ผลการสำรวจประชามติออกมาว่าประชาชนเห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าประชาชนไม่ต้องการระบอบทักษิณมากขนาดนั้น ทำไมคณะคปค.ไม่รอให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น และประชาชนลงโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง หรือว่าการรัฐประการครั้งนี้เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาภายในของกองทัพ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเท่านั้น
       
       ด้านองค์กรเครือข่ายชุมชนรักษ์เกาะเสม็ด และองค์กรประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้เดินทางมาเรียกร้องให้ คปค.เพิกถอนพระราชกฤษฎีกา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และมติครม.วันที่ 25 พ.ค.47 ที่มีมติให้เกาะเสม็ด เป็นพื้นที่ อพท. เนื่องจากการดำเนินการของ อพท.ได้สร้างปัญหาและผลกระทบต่างๆ จนก่อให้เกิดการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านจริยธรรมของผู้บริหาร อพท.ไม่โปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาการไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในท้องถิ่น การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การกระจายทรัพยากรไม่เป็นธรรม จนถึงการเบียดเบียน ขับผู้ประกอบการรายย่อยโดยกลุ่มทุน
       
       
**จวก คปค.ไม่ต่างระบอบทักษิณ
       

       ในวันเดียวกันนี้ ที่ลานหน้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มพรรคแนวร่วมภาคประชาชนร่วมจัดเสวนาในหัวข้อ "ทำไมต้องคัดค้านรัฐประหาร" โดยมีผูฟังจำนวนหนึ่ง ที่สวมเสื้อยืดสีดำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านการทำรัฐประหาร
       
       นายใจ อึ๊งภารกรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในสมาชิกพรรคแนวร่วมฯ กล่าวว่า คณะปฏิรูปฯ หรือในที่นี้ตนใช้ชื่อว่าคณะปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่ายังคงเดินหน้าแนวนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม เน้นกลไกตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันกับเผด็จการ ไม่แปลกอะไรหากหลังจากนี้จะมีการเดินหน้าเปิดเอฟทีเอ หรือแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่อจากรัฐบาลทักษิณ เพราะไม่มีรัฐบาลไหนสามารถทำได้ ถ้าไม่ใช่เผด็จการ
       
       "ทหารไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยได้ เพราะประชาธิปไตยจะเกิดได้ก็จากข้างล่างขึ้นข้างบน เกิดจากพวกเราสามัญชน"
       
       ในตอนท้าย เขาตั้งคำถามว่า คปค.จะทำอย่างไรกับกรณีการหายตัวไปของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร จะจับกุมผู้กระทำความผิดมาขึ้นศาลหรือไม่ จะดำเนินการอย่างไรกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีส่วนร่วมในสงครามยาเสพติด จะทำอย่างไรกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำอย่างไรกับผู้ที่กระทำผิดในเหตุการณ์ตากใบ จะมีการจับกุมหรือขึ้นศาลหรือไม่
       
       นายประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การรัฐประหารในครั้งนี้ชนชั้นกลางอาจรู้สึกยินดี แต่เราอาจไม่รู้สึกว่า อำนาจที่เว้นวรรครัฐธรรมนูญส่งผลกระทบอย่างไร ในขณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนชั้นล่าง หรือคนจนคือการลิดดรอนอำนาจ หรือพื้นที่ทางการเมืองของพวกเขาไปกับระบอบรัฐประหาร โดยเฉพาะสิทธิในการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาปากท้องของพวกเขา เมื่อชุมนุมไม่ได้ ก็แก้ปัญหาปากท้องไม่ได้
       
       "สำหรับชนชั้นกลาง คปค.คงจะคืนสิทธิหรืออำนาจบางประการให้ก่อน แต่สำหรับคนชั้นล่างแล้ว การเว้นวรรครัฐธรรมนูญคราวนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน หลังจากที่รัฐธรรมนูญปี 40 เคยให้ความชอบธรรมกับพวกเขาในการเคลื่อนไหว"
       
       นายประภาส ได้ตั้งคำถามว่า ท่าทีที่คณะปฏิรูปฯที่ยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายประชานิยม สะท้อนให้เห็นว่า คปค.เข้าใจปัญหาของคนจนมากน้อยเพียงใด ปัญหาของประชานิยมคือ การนำเอาทรัพยากรก้อนใหญ่มาให้ และมีผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ในชุมชนนั้นๆ เข้ามาผูกพันกับชาวบ้าน สิ่งที่ควรจะทำคือการประเมินผลโครงการประชานิยมมากกว่า แล้วร่วมกันสร้างระบบสวัสดิการที่จัดสรรโดยประชาชนเอง ซึ่งจะให้ประโยชน์กับประชาชนมากกว่า แต่เป็นสิ่งที่ระบอบทหารมองไม่เห็น
       
       "การใช้อำนาจคลุมไปทั่วจะเป็นการลิดรอนพื้นที่ และอำนาจของประชาชนด้วย ทิศทางของคณะรัฐประหารในอนาคต จะนำไปสู่อำนาจนิยม มากกว่าจะสนับสนุนแนวทางของการเมืองภาคประชาชน"
       
       สำหรับการปฎิรูปการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น เราพบว่าขณะนี้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวเองก็ถูกร่างโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นสำเร็จรูป ในระบอบทักษิณหรือระบอบเดิมไม่ว่าจะอัปรีย์จัญไรแค่ไหน ประชาชนก็สามารถจะต่อสู้ คัดค้าน และเสนอแนะว่าที่เราต้องการมีหน้าตาอย่างไรได้ แต่ในระบอบทหาร 3 - 4 วัน ก็มีการร่างธรรมนูญไว้เรียบร้อยแล้ว ยังไม่เกิดกระบวนการถกเถียงหรือสร้างการเรียนรู้ให้กับคนในสังคม
       
       ด้านศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ระบอบทักษิณ มีปัญหาที่การทำลายสถาบันทางการเมือง และกติกาทางการเมือง แต่ในขณะเดียวกัน คปค.ที่เข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลเดิม ก็เริ่มเห็นแนวโน้มว่า ไม่ต่างกับสิ่งที่ทักษิณเคยทำ กรณีที่คปค.ต้องการจะร่างธรรมนูญการปกครอง ซึ่งอาศัยนักวิชาการไม่กี่คนเข้ามาร่าง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทักษิณเคยคิดจะทำโดยการหาคนของตัวเองมานั่งร่าง
       
       "คปค.ก็ไม่ต่างกับทักษิณ ที่ทำให้การปฏิรูปการเมืองเป็นเรื่องของคนบางกลุ่ม เป็นเรื่องของคนชั้นสูงที่มีคอนเนกชั่น สิ่งเหล่านี้เหมือนกับทำให้เราย้อนยุคไปก่อนปี 2475 ที่ชนชั้นสูงจะทำอะไรก็พูดคุยกันไม่กี่คน แต่ท้ายสุดก็อ้างว่าเป็นการทำเพื่อประชาชน"
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนาในครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นของกลุ่มนักวิชาการและนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการกระทำรัฐประหารของ คปค.หลังจากมีการรวมตัวร่วมกับกลุ่มอื่นๆ กันมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ที่หน้าห้างสยามพารากอน ในวันที่ 22 ก.ย.และ ที่ลานโดม ม.ธรรมศาสตร์ ในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อจากนี้จะมีการรวมกลุ่มกันอีกครั้งในวันที่ 4 และ 6 ต.ค.นี้

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM