| "สุริยะ" หนุนผู้ประกอบการไทยลงทุนในเวียดนาม แก้ปัญหาแรงงาน ลดต้นทุนค่าจ้าง เร่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยเทียบชั้นสิงคโปร์ จี้บีโอไอเร่งศึกษาแผนรับมือวิกฤติแรงงาน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการเยือนเวียดนามเมื่อวันที่ 3-6 ส.ค.ว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีแรงงานจำนวนมากและอัตราค่าจ้างแรงงานต่ำเมื่อเทียบกับค่าแรงในไทย ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าลงทุนในเวียดนาม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและลดต้นทุนค่าจ้าง เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอขั้นพื้นฐานที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะฝีมือมากนัก นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตสูงมากเฉลี่ย 7% ต่อปี ทำให้การขยายตัวของระบบสาธารณูปโภคและภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นยังถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากนักลงทุนไทยยังทำธุรกิจในเวียดนามน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์ จึงให้บีโอไอและสถานทูตหาแนวทางการให้ข้อมูลกับนักลงทุนมากขึ้น เช่น บ้านจัดสรร โรงแรม โครงสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ และเกษตรแปรรูป
ส่วนกรณีรัฐบาลเวียดนามประกาศนโยบายการเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (นิกส์) ภายในปี 2020 ถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกประเทศต้องพัฒนา แต่ประเทศอื่นๆ ต้องพัฒนาขึ้นเช่นเดียวกัน เชื่อว่าในเวลาอย่างน้อยอีก 5 ปี เวียดนามจะยังไม่ใช่คู่แข่งของไทย อย่างไรก็ตาม ไทยต้องปรับตัวเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้ก้าวขึ้นเทียบชั้นกับสิงคโปร์ โดยปรับนโยบายการลงทุนเน้นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น พัฒนาบุคลากรให้เพียงพอและมีทักษะความรู้เพิ่มขึ้น เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวณิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เวียดนามยังมีข้อได้เปรียบเพียงแค่แรงงาน ส่วนระบบสาธารณูปโภคยังสู้ไทยไม่ได้และต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปี ต้องใช้เงินลงทุนสูง อย่างไรก็ตาม ในอีก 10-20 ปีไทยอาจมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากอัตราการเติบโตของประชากรลดลงจาก 2-3 คน เหลือเพียง 1.5 คนต่อครอบครัว จึงจำเป็นต้องปรับแผนยุทธศาสตร์การลงทุน โดยเลือกส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แรงงานมาก ซึ่งบีโอไอต้องศึกษาเพื่อวางแนวทางที่เหมาะสมต่อไป.
แหล่งข่าว :หนังสือพิมพ์ไทยโพส |