| ผู้จัดการรายวัน- “สุริยะ” สั่งบีโอไอ-กนอ. กระตุ้นนักลงทุนไทยให้ตื่นตัวมองเวียดนามเป็นพันธมิตร หวังดันอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานราคาถูกย้ายฐานไปเวียดนามแทน และผลักดันอุตสาหกรรมที่มีอยู่ให้เทียบชั้นกับสิงคโปร์ ชี้ภาคก่อสร้าง เกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมที่ต้องการใช้แรงงานมากๆ น่าลงทุนสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ไปทำงานใกล้ชิดกับสถานฑูตไทยในประเทศเวียดนาม เพื่อให้ข้อมูลพื้นฐานในการชี้ให้นักธุรกิจไทยโดยเฉพาะขนาดกลางและย่อม(SMEs) และอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานของไทยไปลงทุนยังเวียดนามที่มีแรงงานจำนวนมากรองรับ “เราไม่ควรมองเวียดนามเป็นคู่แข่งกับไทยแต่ตรงกันข้ามเวียดนามจะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับไทยที่สำคัญในอนาคตอย่างมาก โดยจะต้องทำอย่างไรให้นักลงทุนไทยตื่นตัวในการมองเวียดนามให้เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานเพราะ เวียดนามมีแรงงานค่อนข้างมากและค่าแรงยังไม่แพงนักเมื่อเทียบกับไทย ส่วนไทยเองก็จะต้องปรับอุตสาหกรรมให้มองไปในระดับที่เทียบชั้นกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบีโอไอจะต้องเร่งหาข้อมูลที่ดีพอในการกระตุ้นให้นักลงทุนไทยตระหนักถึงการลงทุนยังต่างประเทศ”นายสุริยะกล่าว ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานจะมีการไปลงทุนยังเวียดนามมากขึ้นในระยะยาว ดังนั้นอุตสาหกรรมไทยก็จะต้องฉีกตัวเองไปในลักษณะการสร้างมูลค่าเพิ่มและไปรับจ้างผู้อื่นผลิต สว่นที่เคยรับจ้างการผลิตอยู่ก็จะต้องพัฒนาไปสู่การสร้างแบรนด์เพื่อให้ค่าแรงมีการปรับขึ้นและพัฒนาไปสู่แรงงานฝีมือ โดยอุตสาหกรรมไทยที่ควรมองการลงทุนเวียดนามได้แก่ ภาคการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงาน นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาพรวมเวียดนามขณะนี้ถือว่ายังไม่ได้เป็นคู่แข่งกับไทยและตรงกันข้ามควรจะมองการนำเอาอุตสาหกรรมไทยที่เน้นแรงงานราคาต่ำมาไว้ที่เวียดนามแทน เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอในส่วนของการตัดเย็บที่ต้องอาศัยแรงงานจำนวนมาก ส่วนสิ่งทอประเภทต้นน้ำยังคงรักษาฐานไว้ที่ไทยและมีการพัฒนาต่อยอดไปในระดับที่เทคโนโลยีสูงขึ้น “เวียดนามเหมือนไทยตอนยุคเบบี้บูม ตอนที่มีแรงงานช่วงวัยรุ่นมากๆ สมัยปี 2503 ผมว่ายังต้องอาศัยเวลาอีกพอสมควรเพราะเขายังจะต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานอีกขณะที่ไทยมีพร้อมมากแล้ว แต่ไทยเองก็ประมาทไม่ได้เพราะเขาเวลานี้แรงงานไทยลดมากและอัตราการเกิดของคนไทยก็เริ่มต่ำอุตสาหกรรมข้างหน้าต้องมองที่การเพิ่มมูลค่าไม่ใช่เน้นแรงงานราคาถูก”นายจักรมณฑ์กล่าว นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหาร บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุนนิคมอมตะซิตี้ เบียนหัว ที่เวียดนามโดยถือหุ้นใหญ่ 60.78% ซึ่งอนาคตเวียดนามจะมีการขยายสนามบินใหม่ จะทำให้โอกาสการลงทุนในเวียดนามมีศักยภาพมากขึ้น ดังนั้นอมตะจึงมีแผนที่จะสร้างนิคมฯอมตะเอ็กเพรสซิตี้ซึ่งอยู่ใกล้กับเบียนหัวพื้นที่ประมาณ 1-1.2 หมื่นไร่โดยกำลังดูแผนการลงทุนสนามบินและสะพานข้ามแม่น้ำดองนัย
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |