เหมาจ่าย"คลอดบุตร"บานปลาย : SIAMHRM.COM

เหมาจ่าย"คลอดบุตร"บานปลาย


    

นโยบายกลับไปกลับมา นายกโรงพยาบาลเอกชน เผยหลักฐาน สปส.รับปากจ่ายค่าบริบาลบุตร แต่กลับลำภายหลัง แจงข้อกล่าวหาเอาเปรียบผู้ประกันตน สอนมวยผู้บริหารให้ค้นหาต้นเหตุผู้ป่วยหน่าย

พญ.ประภา วงศ์แพทย์ นายกสมาคมโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ทำหนังสือชี้แจงกรณีมีข่าวพาดพิงว่า โรงพยาบาลเอกชนเอาเปรียบผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในการใช้สิทธิประโยชน์คลอดบุตร โดยเรียกเก็บค่าอนุบาลบุตรเพิ่มขึ้น ทำผู้ประกันตนร้อยละ 75 เรียกร้องให้ สปส.กลับมาใช้ระบบเดิมคือ เหมาจ่าย แทนที่จะใช้ระบบใหม่ที่เหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลว่า ระบบเหมาจ่ายที่ สปส.จ่ายให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญานั้น จ่ายในอัตรา 377 บาทต่อคน ต่อปี เป็นอัตราเหมาจ่าย ดูแลรักษา ตั้งครรภ์และคลอดบุตรเท่านั้น ไม่รวมค่าดูแลรักษาทารกแรกเกิด ก่อนหน้านี้ เคยทำหนังสือแจ้งให้ สปส.ทราบแล้ว

ในหนังสือชี้แจงของ พญ.ประภาระบุว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2548 สปส.มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสถานพยาบาลประกันสังคมทุกแห่งเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ค่าบริการทางการแพทย์กรณีคลอดบุตร 377 บาทต่อคนต่อปี มิได้รวมค่าบริบาลและค่ารักษาพยาบาลสำหรับทารกแรกเกิดแล้วด้วย และสปส.กำลังออกเป็นประกาศ เมื่อสถานพยาบาลทั้งหลายได้รับหนังสือดังกล่าว จึงทยอยลงนามในสัญญาจ้างให้บริการทางการแพทย์ กรณีคลอดบุตร แต่จนถึงบัดนี้กลับยังไม่ได้คู่ฉบับดังกล่าวจาก สปส.เลย ซึ่งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2549 สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้มีหนังสือเร่งรัดให้ สปส.พิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนการดูแลทารกแรกเกิด ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เลขาธิการ สปส.มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสถานพยาบาลประกันสังคมทุกแห่งแจ้งว่า สถานพยาบาลไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริบาลและค่ารักษาทารกแรกเกิดจากผู้ประกันตนได้

ในหนังสือชี้แจงยังระบุด้วยว่า กรณีที่มีข่าวว่า สปส.จะกลับไปใช้ระบบเดิมอีกครั้งนั้น สมาคมที่เป็นคู่สัญญากับ สปส.ไม่เคยทราบมาก่อนเช่นกัน ส่วนที่มีการระบุถึงงานวิจัยพบว่า ผู้ประกันตนร้อยละ 75 ไม่พอใจระบบใหม่นั้น สมาคมก็ไม่เคยทราบ สำหรับที่ระบุว่า โรงพยาบาลเอกชนพยายามบ่ายเบี่ยงให้ผู้ประกันตนไปคลอดบุตรที่อื่นนั้น สปส.ไม่เคยแจ้งให้สมาคมทราบเลย แต่หาก สปส.เห็นว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้องย่อมมีสิทธิโดยชอบที่จะตักเตือนหรือลงโทษเอาผิดกับสถานพยาบาลนั้นๆ ได้

"แม้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงดังผลงานวิจัยก็นับเป็นเรื่องที่ สปส.น่าจะรีบหาสาเหตุที่สำคัญซึ่งทำให้ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิคลอดบุตรไม่คลอดที่โรงพยาบาลต้นสังกัด เช่น กลับไปคลอดยังภูมิลำเนาเดิม เพราะมีญาติพี่น้องดูแล"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับงานวิจัยเรื่องการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกันตนที่มีต่อการปรับเปลี่ยนความคุ้มครองกรณีคลอดบุตรนี้ สปส.ได้ว่าจ้างให้สำนักวิจัยและพัฒนา บริษัทศูนย์กฎหมายธุรกิจอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งสรุปว่า ผู้ประกันตนกว่าร้อยละ 75 ต้องการรูปแบบประโยชน์ทดแทนเดิมคือเหมาจ่ายให้ผู้ประกันตน โดยร้อยละ 49 ต้องการให้มีการเพิ่มวงเงินจากเดิมครั้งละ 6 พันบาท เป็น 1 หมื่นบาท

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM