หนุนธุรกิจจีนใต้ตั้งโรงงานอาเซียน ชี้ต้นทุนถูกกว่าช่วยแก้ขาดแรงงาน : SIAMHRM.COM

หนุนธุรกิจจีนใต้ตั้งโรงงานอาเซียน ชี้ต้นทุนถูกกว่าช่วยแก้ขาดแรงงาน




    นสพ.สากล 05/06/06 – คลังสมองแดนมังกรเผยปัจจุบันกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน เป็นความหวังในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานของเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจลุ่มน้ำจูเจียง (จูซันเจี่ยว) ทางตอนใต้ของแดนมังกร เพราะล้วนมีทรัพยากรแรงงานที่ราคาถูกกว่าจีน พร้อมหนุนผู้ประกอบการออกไปลงทุนตั้งโรงงานในอาเซียน ชี้กลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิคส์และเครื่องจักรกลเป็นต้นเหตุหลักทำจีนขาดดุลการค้าอาเซียน
       

       ระหว่างเวทีสัมมนาว่าด้วยเขตเศรษฐกิจอภิมหาจูซันเจี่ยวครั้งที่ 3 ที่เมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน (ยูนนาน) โหยวอ้ายฉง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ บัณทิตยสภาด้านสังคมศาสตร์แห่งชาติจีนประจำมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ได้เสนอหนทางแก้ไขปัญญาขาดแคลนแรงงานในกว่างตงว่า สามารถอาศัยข้อตกลงความร่วมมือด้านการลงทุนจีน-อาเซียน เข้าไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า
       
       ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจอภิมหาจูซันเจี่ยวประกอบด้วย 9 มณฑล ได้แก่
กว่างตง หยุนหนัน กว่างซี(กวางสี) เจียงซี ไห่หนัน(ไหหลำ) หูหนัน ซื่อชวน(เสฉวน) กุ้ยโจว และฝูเจี้ยน(ฮกเกี้ยน) รวมทั้งสองเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า
       
       โหยวชี้ว่า จากแนวโน้มการพัฒนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้มีข้อได้เปรียบด้านซัพพลายแรงงานมากกว่าจีน ทั้งอินโดนีเชีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ล้วนมีทรัพยากรแรงงานที่ราคาถูกกว่าจีน
       
       สถิติจากสมาคมส่งเสริมการค้าญี่ปุ่นระบุว่า ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ต้นทุนการผลิตของเวียดนามต่ำกว่าจีน 15-30%
       
       ขณะที่ผลสำรวจของสมาคมธุรกิจส่งออกฮ่องกงพบว่า หากต้องการเปิดโรงงานเสื้อผ้าขนาดแรงงานประมาณ 1,000 คนที่ประเทศอย่างเวียดนาม จะใช้ต้นทุน (รวมค่าที่ดิน ค่าน้ำ-ไฟ ค่าขนส่ง อุปกรณ์ และแรงงาน ฯลฯ) ราว 6-7 ล้านเหรียญฮ่องกง ขณะที่ถ้าตั้งโรงงานในจีนด้วยโจทย์เดียวกันนี้ จะมีต้นทุนสูงกว่า 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว
       
       ทั้งนี้ ต้นทุนค่าจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอแดนมังกรอยู่ที่ชั่วโมงละ 0.69 เหรียญสหรัฐ ส่วนประเทศอาเซียนที่เป็นผู้ส่งออกสิ่งทอรายใหม่กลับอยู่ที่ชั่วโมงละ 0.4 เหรียญสหรัฐ และจ่ายเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ 20-40 เหรียญสหรัฐ
       
       นอกจากนั้น ค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของธุรกิจระหว่างประเทศในจีน เฉลี่ยแล้วก็สูงกว่าของกลุ่มประเทศอาเซียน
       
       คลังสมองแดนมังกรยังเสนอแนะว่า เขตเศรษฐกิจจูซันเจี่ยวควรเร่งยกระดับขนาดและคุณภาพของธุรกิจ พร้อมสร้างผลิตภัณต์แบรนด์เนมขึ้นมา และสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติและเงื่อนไขพร้อมให้เข้าไปลงทุนในอาเซียน ร่วมทั้งสนับสนุนให้ธุรกิจเอกชนพัฒนาภาคการส่งออกมากขึ้นด้วย
       
       อนึ่ง เขตเศรษฐกิจจูซันเจี่ยว มีพื้นที่กว่า 42,000 ตร.กม.ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำจูเจียง (แม่น้ำไข่มุก) ทางตอนกลางของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งประกอบด้วย 7 เมือง ได้แก่ กว่างโจว เซินเจิ้น ฝอซัน จูไห่ ตงก่วน จงซัน และฮุ่ยโจว รวมประชากร 30 ล้านกว่าคน มีเมืองกว่างโจวป็นศูนย์กลาง และถือเป็นฐานที่ตั้งอุตสาหกรรมผลิตที่สำคัญของแดนมังกร
       
       ในขณะที่จีนและอาเซียนกำลังเร่งเจรจาเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างกันนั้น นับตั้งแต่ปีนี้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า รัฐบาลจีนจะจัดสรรเงินกู้พิเศษที่ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐจำนวน 1 ใน 3 มาให้แก่กลุ่มประเทศอาเซียน รวมทั้งจะเพิ่มเงินกู้พิเศษอีก 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับอุดหนุนธุรกิจจีนที่มีโครงการลงทุนในอาเซียนด้วย
       
       โหยวอ้ายฉงยังระบุว่า ปัจจุบันการค้าผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิคส์และเครื่องจักรกลกลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้จีนขาดทุนอาเซียนปริมาณมาก
       
       ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องจักรกลถือเป็นสินค้าศักยภาพสูงของทั้งอาเซียนและกว่างตง โดยต่างฝ่ายต่างเป็นทั้งคู่แข่งและคู่หุ้นส่วนซึ่งกันและกัน
       
       อย่างไรก็ตาม ศักยภาพโดยรวมของอุตสาหกรรมนี้ของกว่างตงดูจะด้อยกว่าประเทศอาเซียน อันเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้กว่างตงขาดดุลการค้ากับอาเซียน และเป็นแนวโน้มในระยะยาวด้วย
       
       ปี 2001 กว่างตงขาดดุลการค้าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรกลแก่อาเซียน 1,910 ล้านเหรียญสหรัฐ นับจากนั้นก็ขาดดุลเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จนปี 2004 พุ่งสูงขึ้นเป็น 7,990 ล้านเหรียญสหรัฐ และเฉพาะ 3 ไตรมาสแรกของปีที่แล้วก็ขาดดุลถึง 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ
       
       คลังสมองแดนมังกรเห็นว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูป โดยเฉพาะกลุ่มแผงวงจรไอซีและไมโครอิเล็คตรอน ซึ่งเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของยอดขาดดุล และส่วนใหญ่จะขาดดุลให้กับประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์เป็นหลัก
       
       ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายนปี 2005 การนำเข้า-ส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรกลระหว่างจีนและอาเซียนมีมูลค่าถึง 17,320 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.3% มีสัดส่วนมากถึง 65.3% ของมูลค่าการค้าโดยรวมทั้งหมดของสองฝ่าย.

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM