แรงงานเตรียมเคลื่อนไหวค้าน สปส.ซื้อหุ้นไทยธนาคาร 20% นักวิชาการชี้เป็นการถ่ายหนี้ของแบงก์ให้กองทุนประกันฯ เลขาฯสปส.อ้างธนาคารมีหนี้เน่าเป็นเรื่องปกติ ให้อนุฯค่าจ้าง 34 จว.ที่ไม่เสนอขอปรับค่าจ้างให้ทบทวนใหม่ เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น เห็นด้วยแจกคูปองส่วนลดสินค้า 400 บาท/เดือน แทนขึ้นค่าจ้าง เตรียมเสนอ ครม. 29 พ.ค. ขณะที่กองทุนประกันว่างงานจับตาสัญญาณ ศก.ถดถอย คนตกงานอื้อ ต้องจ่ายทดแทน
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แก้ไขระเบียบคณะกรรมการประกันสังคมว่าด้วยการบริหารการลงทุนของกองทุนประกันสังคม เพื่อให้อำนาจบอร์ดประกันสังคมนำเงินกองทุนไปลงทุนมากกว่าร้อยละ 40 ว่า แสดงเจตนาชัดเจนว่าเป็นการตัดสินใจของบอร์ดเพียงลำพัง ถามว่าหากกองทุนเกิดความเสี่ยงใครจะรับผิดชอบ โดยเฉพาะการซื้อหุ้นไทยธนาคาร จึงขอให้ สปส.ชี้แจง ก่อนที่ผู้ใช้แรงงานจะเคลื่อนไหวในวันที่ 3 มิถุนายนนี้
ด้านนายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การซื้อหุ้นไทยธนาคารเป็นความต้องการถ่ายหนี้ให้ สปส. เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ทั้งนี้ วิธีป้องกันปัญหาความไม่โปร่งใสนั้น ควรแก้ระเบียบกองทุนประกันสังคมเป็นอิสระ โดยให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกตัวแทนเป็นบอร์ดบริหารเงินกองทุน
ขณะที่ นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างเสนอให้ประธานบอร์ดพิจารณา สำหรับเรื่องการซื้อหุ้นไทยธนาคารนั้น สปส.เห็นว่าไทยธนาคารเป็นธนาคารขนาดกลาง หากซื้อหุ้นร้อยละ 20 ก็มีสิทธิส่งตัวแทนเข้าไปบริหารได้ แม้จะมีหนี้เน่าสูงแต่ก็เหมือนกับธนาคารอื่นๆ ส่วนกรณีที่มีการแต่งตั้งนายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานบอร์ดประกันสังคมนั้น ถือว่าเป็นการกระจายงาน
นายไพโรจน์กล่าวว่า ในฐานะประธานอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างขั้นต่ำ กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อช่วยเหลือคนงานที่มีรายได้น้อยต่ำกว่า 7,000 บาทต่อเดือน ตามคำสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องนี้อนุกรรมการขอให้อนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด 34 จังหวัด ที่ไม่เสนอขอปรับค่าจ้างทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในแต่ละจังหวัด และระหว่างนี้คณะอนุกรรมการจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลในจังหวัดใหญ่ด้วย สำหรับกรณีที่กลุ่มพัฒนาระบบค่าจ้างขั้นต่ำเสนอให้แจกคูปองค่าครองชีพคนละ 400 บาท แทนการขึ้นค่าจ้างนั้น สปส.เห็นด้วยและอาจนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้
ด้าน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีที่ สปส. จะให้แรงงานนอกระบบเข้าเป็นผู้ประกันตนว่า การที่แรงงานนอกระบบ 15.5 ล้านคน ไปอยู่กับ สปส. ก็เพื่อให้มีสิทธิเพิ่มมากขึ้น และเป็นไปในลักษณะสมัครใจ ทั้งนี้ การถ่ายโอนคนต้องใช้เวลา 10-20 ปี คาดว่าปีแรกมีแรงงานเข้า สปส. 2 แสนคน
นพ.วีรวัฒน์ พันธุ์ครุฑ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ประกันตนประมาณ 8 ล้านคน เมื่อ สปส.พยายามดึงแรงงานนอกระบบมาเข้าระบบ เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีการจัดระบบที่ดี เนื่องจากคนเหล่านี้เปลี่ยนงานบ่อย
ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน และศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ จัดอภิปรายเรื่อง "คนตกงานกับความคาดหวังต่อประกันสังคม" ทั้งนี้ นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ จากมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน แถลงถึงผลการวิจัยเรื่องผู้ออกจากงานกับการได้รับสิทธิประโยชน์ประกันว่างงาน ว่าจากการศึกษา พบว่าร้อยละ 35 ไม่พอใจสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ และส่วนไม่พอใจในเรื่องเงินทดแทนที่ได้รับเพราะเห็นว่าน้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการครองชีพและหางานใหม่ รวมถึงความล่าช้าในการได้รับสิทธิประโยชน์ เนื่องจากต้องรายงานตัวที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ทุกเดือน หากรายงานตัวล่าช้าจะถูกตัดลดเงินทดแทน
ด้านนางบุญราศรี บุรพธานินทร์ ผู้อำนวยการกองประโยชน์ทดแทน สปส. กล่าวว่า กองทุนประกันว่างงานเริ่มเก็บเงินสมทบในเดือนมกราคม 2547 และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย การให้สิทธิประโยชน์ว่างงานในกรกฎาคม 2547 โดยที่ผ่านมา มีลูกจ้างที่ออกจากงานขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงานกว่า 2 แสนคน สปส.จ่ายเงินทั้งสิ้นกว่า 1.2 พันล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนประกันว่างงานมี 1.3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจับตาสถานการณ์การเลิกจ้างอย่างใกล้ชิด
นางสุปรานี ฤกษ์ลักษณี อดีตลูกจ้างสิ่งทอ จ.นนทบุรี กล่าวว่า เข้าสู่ระบบประกันว่างงานในปี 2547 เพราะบริษัทปิดกิจการ แต่จนถึงขณะนี้ระบบประกันว่างงานยังไม่สมบูรณ์ ทั้งรายชื่อตกหล่น มีขั้นตอนการรับสิทธิต่างๆ ล่าช้า ผู้ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างหญิง อายุ 45-50 ปีขึ้นไป ทำให้ไม่มีโรงงานใดรับเป็นลูกจ้าง แม้ว่าจะมีประสบการณ์ก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างรายวัน ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 180 บาท จึงได้รับเงินทดแทนประกันว่างงานเพียงวันละ 90 บาท เดือดร้อนกันมาก ส่วนเงินประกันว่างงานที่ได้ 2,300 บาทต่อเดือน ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเช่นกัน
น.ส.อรศรี สานารี อดีตคนงานอิเล็กทรอนิกส์ จ.ปทุมธานี อายุ 36 ปี กล่าวว่า เชื่อว่าลูกจ้างจำนวนมากไม่รู้สิทธิการประกันว่างงาน เพราะนายจ้างไม่เคยให้ข้อมูล หรือมีเอกสารเผยแพร่
แหล่งข่าว : เครือมติชน