|
สปส.แจงมาตรฐานการฝากครรภ์/คลอดบุตรที่ผปต.ต้องรู้
|
| สปส.แจงมาตรฐานการฝากครรภ์/คลอดบุตรที่ผปต.ต้องรู้
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจงให้ผู้ประกันตนหญิงตั้งครรภ์รับทราบสิทธิคลอดบุตรใน รพ. ตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการและฉีดวัคซีนตามมาตรฐานการฝากครรภ์และการดูแลหลังคลอดที่ สปส.กำหนดให้ นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า “สปส.ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพความปลอดภัยของแม่และเด็กมาก จึงย้ำเตือนผู้ประกันตนหญิงตั้งครรภ์ควรเข้ารับการฝากครรภ์และคลอดบุตรในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ของตนจะดีที่สุดและตรวจสอบด้วยว่าทางโรงพยาบาลให้การรักษาตรงตามมาตรฐานที่สปส.กำหนดไว้หรือไม่ โดยสปส.กำหนดมาตรฐานการฝากครรภ์และการดูแลหลังคลอดให้ผู้ประกันตนหญิงตั้งครรภ์ในมารดาที่มีภาวะปกติ จะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการและฉีดวัคซีนป้องกันโรค ดังนี้ การตรวจนับเม็ดเลือดแดง/ขาวและเกร็ดเลือด ,การตรวจกรุ๊ปเลือด , การตรวจหากรุ๊ปเลือด Rh ,การตรวจคัดกรองโรคเอดส์ , การตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส, การตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีบางชนิด , การตรวจคัดกรองพาหะโรคโลหิตจาง , การตรวจปัสสาวะ , การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคบาดทะยัก , การตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูความผิดปกติของครรภ์ อย่างน้อย 1 ครั้ง ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับยาที่มีคุณภาพมาตรฐานไม่ต่ำกว่าบัญชียาหลักแห่งชาติ และกรณีที่มารดามีความเสี่ยงหรือมีภาวะแทรกซ้อนให้ได้รับการตรวจรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ ยกเว้นการตรวจโครโมโซม นอกจากนี้ สปส.ยังได้กำหนดมาตรฐานการดูแลภายหลังการคลอด โดยผู้ประกันตนหญิงตั้งครรภ์จะได้รับการตรวจภายหลังการคลอด 1 ครั้ง และการตรวจหามะเร็งปากมดลูก อีกทั้งสปส.จะรับผิดชอบในการดูแลทารกแรกเกิดที่ไม่มีภาวะผิดปกติ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สปส.ได้ปรับสิทธิกรณีคลอดบุตรจากระบบเดิมที่ให้สิทธิผู้ประกันตนเบิกค่าคลอดบุตรในอัตราเหมาจ่ายได้ครั้งละ 6,000 บาท มาเป็นให้สิทธิผู้ประกันตนหญิงสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่การฝากครรภ์จนถึงคลอดบุตรที่สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา ในช่วงเริ่มต้นมีข้อติดขัดบ้างในด้านความพร้อมหรือมีข้อจำกัดบางประการของสถานพยาบาลที่ไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และมีผู้ประกันตนหญิงบางส่วนยังคงต้องการใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตรในอัตราเหมาจ่ายเช่นเดิม ซึ่งสปส.ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงพยายามเร่งศึกษาวิจัยเและรวบรวมข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อสรุปและแนวทางในการปรับเปลี่ยนรูปแบบความคุ้มครองกรณีคลอดบุตรให้มีความเหมาะสม เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และตรงกับความต้องการของผู้ประกันตนให้ได้มากที่สุด คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2549
ศูนย์สารนิเทศ โทรศัพท์/โทรสาร 0 2956 - 2533-4 www.sso.go.th สายด่วน โทร. 1506
|
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|