|
แรงงานเดินขบวนล้มระบอบทักษิณ ร้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 233 บาท
|
| แรงงานนับพันรวมตัวกันเรียกร้องความยุติธรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จี้รัฐเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทั้งประเทศ ยกเลิกคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. ส.ว.ต้องจบปริญญาตรี ให้ผู้ใช้แรงงานเลือกตั้งในเขตพื้นที่ที่ทำงานได้ ยกเลิกเอฟทีเอ ปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม พร้อมชูคำขวัญ “สามัคคีกรรมกร รื้อถอนระบบทักษิณ ปฏิรูปการเมือง ต้านทุนนิยมครอบโลก” ขณะที่"สมศักดิ์" ให้ความหวังแรงงาน หากสภาฯ เปิดจะแก้ไขแรงงานนอกระบบเข้าสู่การประกันตน รอเวลาเหมาะสมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 233 บาท ส่วนสปสช.ทุ่มงบ 700 ล้าน ตรวจสุขภาพผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ดีเดย์ "วันแรงงาน" ปีนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มแรงงานในนามคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นับพันคน ที่ไม่ร่วมจัดงานวันแรงงานกับภาครัฐ ได้มารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีเหลือง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในปีนี้ โดยก่อนการเคลื่อนขบวน นายศิริชัย ไม้งาม เลขาธิการ สรส.และ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดที่ลานบนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายศิริชัย ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์การจัดงานวันกรรมกรสากล 2549 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ทางการเมือง เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้นำระบบทุนนิยมผูกขาดครอบโลกมาเป็นนโยบายหลัก ซึ่งถือเป็นทุนนิยมบริวารพันธุ์ใหม่ที่วางนโยบายเกี่ยวโยงกันเพื่อให้ทุนข้ามชาติเข้ามากดขี่กรรมกร ชาวนา ตลอดจนคนจนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในปีนี้ทางกลุ่มขอชูคำขวัญ “สามัคคีกรรมกร รื้อถอนระบบทักษิณ ปฏิรูปการเมือง ต้านทุนนิยมครอบโลก” พร้อมเสนอข้อเรียกร้องในประเด็นสำคัญและร่วมกันรณรงค์เคลื่อนไหวผลักดันต่อไปกับรัฐบาล ก็คือการปฏิรูปการเมืองด้วยการยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. ส.ว.ต้องจบปริญญาตรี ให้ผู้ใช้แรงงานสามารถเลือกตั้งในเขตพื้นที่ที่ตนอาศัย หรือทำงานได้ ขอให้มีการปรับโครงสร้างภาษีให้มีความเป็นธรรม โดยลดหรือยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม ยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกกรณี คืนสภาพรัฐวิสาหกิจหลังแปรรูป ยกเลิกการทำเขตการค้าเสรี (FTA) ค่าจ้างขั้นต่ำต้องเท่าเทียมกันทั้งประเทศ โดยให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ 233 บาท พร้อมกับยกเลิกการจ้างแบบเหมาค่าแรง และขอให้รัฐบาลควบคุมราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งเร่งออก พ.ร.บ.จัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการฉบับของขบวนการแรงงาน ตลอดจนให้รัฐบาลประกาศรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระกว่างประเทศ (ILO) 87 และ 98 เพื่อเป็นหลักประกันกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ในการคุ้มครองสิทธิคนงานทุกประเภท จากนั้น นายศิริชัย และ น.ส.วิไลวรรณ ได้ร่วมกันนำค้อนไม้สีแดงขนาดความยาวเกือบ 1 เมตร ทุบทำลายป้ายระบอบทักษิณ จากนั้นได้ชูป้ายคำขวัญขนาดใหญ่ของทางกลุ่มดังกล่าวขึ้นแทนที่ว่า “สามัคคีกรรมกร รื้อถอนระบบทักษิณ ปฏิรูปการเมือง ต้านทุนนิยมครอบโลก” ต่อมาได้เริ่มตั้งริ้วขบวน โดยมีหัวแถวอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ปลายแถวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ได้ทำป้ายที่แสดงถึงความต้องการ ป้ายล้อเลียนการเมือง อาทิ สหภาพแรงงานฯ ขสมก. ได้นำรถปรับอากาศยูโรทูมาติดป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า เศรษฐกิจตกต่ำ น้ำมันแพง ต้องหยุดนโยบายแปรรูป ขสมก.เพื่อหยุดความเดือดร้อนของประชาชน มีป้ายล้อเลียนการเมืองที่ติดบนรถกระจายเสียงโดยมีข้อความว่า เชิญชมภาพยนตร์เรื่อง แด...กกันกับเครือญาติ ตอนโกงชาติ ขายแผ่นดิน ฉายขณะนี้ที่ประเทศไทย, เลิกกัดกันเสียที ปัญหาแรงงาน ยังรอให้รัฐบาลแก้ไข รัฐวิสาหกิจเป็นของคนไทย ไม่ใช่ของนักการเมืองนะนายกฯ , โลกเรานี้ไม่ได้มีไว้ขาย ตลอดจนการจัดทำโมเดลจำลองสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเขียนว่า สนามบินหรือสนามกิน, การจัดศาลรัฐธรรมนูญจำลองมีเครื่องเซ่นไหว้ คือ หัวหมู รวมทั้งการตั้งคูหาเลียนแบบการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เป็นต้น จากนั้นได้เคลื่อนขบวนผ่านถนนราชดำเนินนอกเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อปราศรัยข้อเรียกร้องในวันแรงงาน ชูประเด็นการปฏิรูปการเมือง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้แรงงานมีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เพื่อแรงงานจะได้มีอำนาจต่อรองกับผู้แทนที่เลือกเข้าไป นอกจากนี้ เรียกร้องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นเป็น 233 บาท และยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยขบวนได้เคลื่อนเข้าสู่ถนนพิษณุโลก และปิดถนนซึ่งอยู่ด้านข้างทำเนียบรัฐบาลฝั่งสำนักงาน ก.พ.โดยมีผู้นำแรงงานจากย่านต่างๆ ขึ้นปราศรัยสลับกับกิจกรรมการแสดงบนเวที และด้านล่างจนถึงเวลาประมาณ 12.45 น.จึงได้แยกย้ายการชุมนุม น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวเรียกร้องให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ส.ส.ส.) และเอแบคโพลล์ ทำการสำรวจใหม่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย ให้ครอบคลุมทุกประเด็น ไม่ใช่นำเสนอแต่เรื่องว่าแรงงานใช้เงินเพื่ออบายมุขและฟุ้งเฟ้อ เพราะเป็นการสร้างภาพลบของแรงงานต่อสังคม และทำให้แรงงานขาดความชอบธรรมในการเรียกร้อง ทั้งที่แรงงานมีภาระความเครียดมากในการดำเนินชีวิตจากค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ เป็นตัวแทนจากภาคประชาชน กล่าวโจมตีระบอบทักษิณ และขอให้แรงงานช่วยกันต่อต้านและป้องกันไม่ให้เกิดระบบเผด็จการรัฐสภา พร้อมสนับสนุนการยกเลิกกฎหมายที่ระบุให้ผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ว.ต้องจบปริญญาตรี เพราะจำนวนประชากรที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีมีจำนวนมากกว่าที่เรียนจบปริญญาตรี ขณะที่ แรงงานอีกกลุ่มซึ่งร่วมจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ กับกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย 10 สภาองค์การลูกจ้างแรงงาน โดยมี นายบรรจง บุญรัตน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย เป็นประธานจัดงานปีนี้ ด้วยงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลรวม 3 ล้านบาท และสำนักงานประกันสังคมให้เสื้ออีก 1 ล้านบาท ได้มีพิธีทางพุทธศาสนา ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และนายสมศักดิ์ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงานจะร่วมในริ้วขบวนแรงงานเคลื่อนจากลานพระบรมรูปทรงม้า ไปท้องสนามหลวง ในเวลา 13.30 น.เพื่อเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2549 สำหรับข้อเรียกร้องที่แรงงานจะยื่นให้กับรัฐบาลปีนี้มี 10 ข้อ เน้นการขอให้รัฐบาล แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยเฉพาะในมาตรา 5(3) ให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมลูกจ้างประจำ ขอให้รัฐแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคมให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จ่ายเงินสมทบเพียงเท่าเดียวและในส่วนผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิชราภาพ ขอให้ได้สิทธิการรักษาพยาบาลฟรีตลอดไป นอกจากนี้ เรียกร้องสถานประกอบการที่ปลอดภัย และลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงานต้องหยุดงานให้ได้รับค่าจ้างเต็มตามอัตราจ้างที่ได้รับในปัจจุบันตั้งวันแรกที่หยุดงาน รวมทั้งขอให้ปรับขึ้นค่าจ้างให้เหมาะกับภาวะค่าครองชีพปัจจุบันและให้รัฐควบคุมราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องวันแรงงานปีนี้ ว่า เรื่องการแก้ไขกฎหมายให้แรงงานได้เลือกตั้งในสถานประกอบการ ต้องขึ้นกับคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มีอำนาจสั่งการ ตนคงตอบแทนไม่ได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างที่ต้องการให้ปรับขึ้น กระทรวงแรงงานมีอนุกรรมการคอยดูแลอยู่ทั้งปี ปีที่แล้วมีการปรับขึ้นให้ 2 ครั้ง แต่ปีนี้ต่างจากทุกปี ต้องดูในเรื่องค่าน้ำมัน ค่าเงินเฟ้อและอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการดูแลอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ถ้ามีความพร้อมเมื่อใดก็จะได้ดำเนินการ สำหรับข้อเรียกร้องอื่นที่เกี่ยวกับสวัสดิการการทำงาน ก็มีข้อกฎหมายที่ต้องดูกัน และต้องอาศัยสภาผู้แทนราษฎร แต่ขณะนี้ไม่มีสภา จะเร่งอะไรก็เร่งไม่ได้ จึงต้องรอให้มีสภาก่อน นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเรียกร้องของแรงงานทั้ง 10 ข้อ ที่เสนอในปีนี้ ภาครัฐก็พร้อมพิจารณา ซึ่งคงต้องดูต่อไปว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่ก็มีหลายข้อที่ตนพยายามดำเนินการอยู่ และพยายามจะกำหนดโครงสร้างอัตราค่าจ้างตามระดับฝีมือแรงงานเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานที่ผ่านการพัฒนาฝีมือแล้วได้มีค่าจ้างสูงขึ้น และมีโอกาสก้าวเป็นนายจ้างด้วย นอกจากนี้ หากสภาฯ เปิดแล้วจะได้แก้ไขแรงงานนอกระบบเข้าสู่การประกันตนและได้สิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ ด้วย นายสมศักดิ์ กล่าวถึงข้อเรียกร้องของแรงงานที่ขอให้ปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำเป็น 233 บาทว่า เรื่องดังกล่าวภาครัฐซึ่งเป็นผู้ให้ก็มีความต้องการเช่นเดียวกับแรงงาน ซึ่งในความปรารถนาดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ต้องการให้แรงงานได้ค่าจ้างขั้นต่ำ 7,000 บาทต่อเดือน หรือ 233 บาทต่อวัน แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ รอบด้าน เรื่องนี้จึงต้องรอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม ส่วนการขยายประกันสังคมไปยังบุคคลในครอบครัว ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม ก็กำลังศึกษาและอยู่ในวิสัยทัศน์ที่ทำได้ สิ่งที่ห่วงคือกองทุนชราภาพที่ต้องทำความเข้าใจกับแรงงานเพื่อนำเงินไปลงทุนให้งอกเงย เพื่อมาจ่ายให้กับผู้ประกันตนเมื่อชราภาพได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายสมศักดิ์ ขึ้นเวทีเพื่อตัดริบบิ้นเปิดงาน มีผู้ใช้แรงงานบางส่วนชูป้ายอยู่หน้าเวที เขียนข้อความโจมตีการทำงานของกระทรวงแรงงานในปัจจุบันว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งนายสมศักดิ์ เชื่อว่าเป็นการกระทำของพรรคการเมืองอื่นส่งคนแฝงตัวเข้ามาทำ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความนิยมต่อตนมากเกินไป วันเดียวกัน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายสุขุมรัฏฐ์ สาริบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นพ.บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมลงนามข้อตกลงพร้อมเปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคแก่ผู้ประกันตนจังหวัดสมุทรปราการ” ตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยโดยจะเริ่มได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยใช้วันแรงงานนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2549 นพ.สงวน กล่าวว่า นโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า “30 บาท ช่วยคนไทยห่างไกลโรค” มีเป้าหมายที่จะให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดีและลดค่าใช้จ่ายในด้านสุขภาพระยะยาว โดยใช้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ทั้งนี้ สปสช.ได้จัดงบกว่า 700 ล้านบาท เพื่อการส่งเสริมป้องกันโรคในกลุ่มผู้มีสิทธิประกันสังคม โดยให้ สปสช.สาขาแต่ละจังหวัดประสานกับประกันสังคมจังหวัด ตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการทำข้อตกลงกับหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อจัดบริการให้ผู้ใช้แรงงานในระบบประกันสังคมทุกคน สำหรับ จ.สมุทรปราการ ได้ดำเนินการนำร่องจัดกิจกรรมเชิงรุกให้ผู้ประกันตน ซึ่งเน้นให้มีการตรวจคัดกรองความเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การรับฝากและการดูแลหลังคลอด กรณีผู้ประกันที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 7 เดือน และยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากองทุนประกันสังคม รวมทั้งการวางแผนครอบครัว กรณีบางพื้นที่อาจจะมีปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และอัตราการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้น อาจจะมีโครงการให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรือ Safe Sex เพิ่มขึ้นได้ นายไพโรจน์ กล่าวว่า สปส.ได้ดำเนินการตามแนวทางส่งเสริมป้องกันดีกว่าการรักษา หรือ " สร้างดีกว่าซ่อม " ที่เน้นให้ผู้ประกันตนสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ ลูกจ้าง ผู้ประกันตนได้มีสุขภาพพลานามัยที่ดี ซึ่งขณะนี้ สปส.มีผู้ประกันตน 8.5 ล้านคน ซึ่งพบว่าแต่ละปีมีผู้ประกันตนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยเฉลี่ย 18,000 ล้านบาท โดยเฉลี่ยผู้ประกันตนพบแพทย์ 3 ครั้ง/คน/ปี แบ่งเป็นผู้ป่วยนอกต้องเสียค่าใช้จ่าย 325.8 บาท/ครั้ง ขณะที่ผู้ป่วยในมีค่าใช้จ่าย 13,010 บาท/คน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดให้มีการส่งเสริมป้องกันโรคเป็นสิ่งที่ดีมาก เพื่อจะได้ประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาลได้และคาดว่าจะทำให้คนทำงานมีพฤติกรรมอนามัยที่ดีขึ้น หันไปพึ่งพาการรักษาพยาบาลให้น้อยลง
แหล่งข่าว: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|