นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รักษาการ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมเกี่ยวกับเรื่องของทันตกรรมนั้นถือว่าได้รับความสนใจจากผู้ใช้แรงงานหรือผู้ประกันตนจำนวนมาก
สำนักงานประกันสังคมจึงได้นำข้อมูลต่างๆ ในด้านการให้บริการมาพิจารณาและมีนโยบายอย่างชัดเจน เพื่อให้เป็นทางเลือกกับผู้ประกันตน โดยทางเลือกแรกผู้ประกันตนสามารถเลือกใช้บริการด้านทันตกรรมแบบเหมาจ่าย โดยสำนักงานประกันสังคมจะดูแลครอบคลุมการรักษาในขอบข่ายที่กำหนดไว้ แต่สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ประสงค์จะรอคิวนานและมีกำลังที่จะจ่ายเงินสำรองไปก่อนก็สามารถใช้ระบบเดิมได้ คือเบิกค่ารักษาได้ในวงเงินคนละไม่เกิน 400 บาท ซึ่งก็พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่าควรจะเพิ่มวงเงินอีกหรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 กรณีผู้ประกันตนจะต้องไปลงทะเบียนแจ้งความจำนงก่อน โดยจะเริ่มเปิดลงทะเบียนในวันที่ 1- 30 เมษายน โดยหลังจากนั้นสำนักงานประกันสังคมจะได้รวบรวมตัวเลขและจำแนกประเภทให้โรงพยาบาลในสังกัดประกันสังคมได้รับทราบว่าผู้ประกันตนแจ้งความจำนงใช้บริการทันตกรรมในแต่ละประเภทจำนวนเท่าใด เพื่อจะได้ทำความชัดเจนในการดำเนินงานให้บริการกับโรงพยาบาลต่อไป
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการบ้าน สปส. 1506 ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้จัดทำบ้านเพื่อให้ผู้ประกันตนได้มีโอกาสจับจองเป็นเจ้าของ โดยใช้หลักประกันของตนเองซึ่งสะสมอยู่ในกองทุนชราภาพ โดยโครงการบ้าน สปส. 1506 ได้จัดทำไปแล้ว 5,000 ยูนิต ปรากฏว่ามีผู้ใช้แรงงานเข้ามาจองจำนวนมาก สำนักงานประกันสังคมจึงได้ขยายโครงการออกไปอีกโดยเพิ่มเป็น 200,000 ยูนิต โดยมีราคาเริ่มตั้งแต่ยูนิตละ 200,000-1,5000,000 บาท และผู้ประกันตนผ่อนส่งเดือนละ 1,500 บาทขึ้นไป ซึ่งความแตกต่างระหว่างบ้านเอื้ออาทรกับบ้าน สปส. นั้น คือ บ้านเอื้ออาทรรัฐบาลช่วยเงินสนับสนุนส่วนหนึ่ง แต่สำหรับบ้าน สปส. นั้นทางสำนักงานประกันสังคมจะช่วยในส่วนของการลดดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าท้องตลาดและต่ำกว่าโครงการอื่น โดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส