สนช.มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไว้พิจารณา
20 ก.ย. 2561 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไว้พิจารณาด้วยคะแนนเห็นด้วย 177 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 5 เสียง กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 วัน
โดยพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับมาเป็นเวลานานทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและไม่เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินการเพื่อให้ความคุ้มครองลูกจ้าง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมโดยกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์สามารถลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรได้โดยให้ถือเป็นวันลาเพื่อคลอดบุตร เพิ่มอัตราค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป กำหนดให้ย้ายสถานประกอบกิจการ ให้รวมทั้งการย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่ใหม่ หรือสถานที่อื่นของนายจ้าง และแก้ไขให้นายจ้างกำหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตราเท่ากันทั้งลูกจ้างชายและหญิงในงานที่มีค่าเท่าเทียมกันเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
ด้านสมาชิกที่อภิปราย ได้ตั้งข้อสังเกตในกรณีการเพิ่มวันลาคลอดจากไม่เกิด 90 เป็นไม่เกิน 98 วัน และกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสามวันทำงานน้อยไปหรือไม่ พร้อมมองว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ครั้งนี้ ครอบคลุมกับความสอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับต่างๆ แล้วหรือไม่ ซึ่งหากสามารถแก้ไขให้สอดคล้องได้ก็จะเป็นผลดีและเกิดประโยชน์กับลูกจ้างอย่างมาก ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การปรับวันลาคลอดและลาเพื่อกิจธุระจำเป็น ได้พิจารณาปรับเพิ่มตามหลักสากล ทั้งนี้พร้อมนำข้อสังเกตทุกประเด็นหารือในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง
ที่มา: สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 20/9/2561