ก.แรงงานเตือนทำงานห้ามแชทเปิดช่องนายจ้างไล่ออกอ้างทำบริษัทเสียหาย
กระทรวงแรงงานเตือนลูกจ้างอย่าใช้คอมพิวเตอร์แชทเรื่องส่วนตัวในเวลางาน เปิดช่องให้นายจ้างไล่ออกโดยอ้างเหตุทำให้บริษัทเสียหายได้สั่งทุกจังหวัดเร่งทำความเข้าใจและสร้างวินัยลูกจ้าง
จากกรณีนายจ้างบริษัทแห่งหนึ่งเลิกจ้างลูกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชย โดยให้เหตุผลว่าใช้อุปกรณ์ของสำนักงานไปในการส่วนตัวในเวลางาน ทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท ซึ่งลูกจ้างได้ไปฟ้องศาลแรงงาน แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง และระบุว่า การกระทำของลูกจ้างทำให้บริษัทได้รับความเสียหายนั้น
นายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า กรณีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากเกิดความเสียหายจริงซึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน นายจ้างมีสิทธิบังคับบัญชาส่วนลูกจ้างก็มีหน้าที่ทำงานให้นายจ้าง ดังนั้นควรตั้งใจทำงาน อย่านำเวลาปฏิบัติงานไปใช้ในเรื่องส่วนตัว และการใช้คอมพิวเตอร์ของสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยขอให้ลูกจ้างละเว้นการใช้คอมพิวเตอร์ในเรื่องส่วนตัวในเวลาทำงาน
"เรื่องนี้ทางลูกจ้างเลือกใช้สิทธิทางศาล ไม่ได้ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ขณะเดียวกันหากลูกจ้างมีการร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานระหว่างนั้นจะไม่สามารถร้องศาลได้ เนื่องจากมีการดำเนินการอยู่ แต่หากฟ้องร้องต่อศาลไปแล้วทาง กสร.ก็จะไม่มีอำนาจพิจารณา ต้องเป็นขอบเขตอำนาจของศาล เพราะคำตัดสินของศาลถือเป็นที่สุดแต่หากมาร้องต่อ กสร.ก็จะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่ต่างกัน หลังจากนั้นหากไม่พอใจการพิจารณาของ กสร.สามารถไปฟ้องศาลได้ โดยตามกฎหมายนายจ้างสามารถให้ออกได้เนื่องจากตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ ระบุไว้ เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่จงใจปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ทำงานโดยประมาทเลินเล่อสร้างความเสียหายต่อบริษัท ฝ่าฝืนระเบียบบริษัทต่างๆ ในกรณีร้ายแรง เป็นต้น" นายพีรพัฒน์ ระบุ
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกล่าวอีกว่า หากมีนายจ้างรายอื่นๆ นำเรื่องนี้ไปอ้างอิงในกรณีที่เห็นลูกจ้างแชทในเวลางานก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าใช้เวลานานหรือไม่ ติดต่อกันทุกวันหรือไม่ เนื่องจากหากใช้เพียง 1-2 นาที ก็ไม่น่าจะให้ออกได้ โดยต้องพิจารณาจากสถานการณ์จริงและในแต่ละรายไป นอกจากนี้จะให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในจังหวัดต่างๆ ทำความเข้าใจกับลูกจ้าง ให้มีวินัยในการทำงาน ไม่ใช้เวลางานไปในเรื่องส่วนตัว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา" นายพีรพัฒน์ กล่าว
"เคสนี้คงใช้ไม่ได้กับทุกราย เนื่องจากจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานการกระทำผิดเป็นรายกรณีอยู่แล้ว" นายพีรพัฒน์ตอบข้อถามที่ว่า ในอนาคตกรณีนี้จะเป็นการชี้นำนายจ้างที่ไม่พอใจลูกจ้างและไล่ออกโดยใช้เหตุเดียวกันนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายจ้างระบุลูกจ้างรายนี้อยู่ระหว่างทดลองงาน โดยเริ่มงานเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 กำหนด 3 เดือน ต่อมาวันที่ 2 เมษายน 2553 ถูกเลิกจ้าง เนื่องจากใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัทเล่นอินเทอร์เน็ตในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน ซึ่งถือว่าใช้เวลาทำงานในเรื่องไม่เกี่ยวกับงานทั้งที่อยู่ระหว่างการทดลองงาน ขณะที่งานที่รับผิดชอบเป็นงานด้านบัญชี จะต้องมีงานละเอียดรอบคอบ มิเช่นนั้นจะทำให้ได้รับความเสียหายได้
(คมชัดลึก, 9-2-2558)