บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาร้องภาครัฐ ปลดล็อคสัญญาจ้างสีดำทั่วประเทศ : SIAMHRM.COM

บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาร้องภาครัฐ ปลดล็อคสัญญาจ้างสีดำทั่วประเทศ


จากกรณีที่มีข่าวการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่ ฟ้าหลวง  และมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วประเทศ ประเด็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เรื่องสัญญาจ้างไม่เป็นธรรม  โดยผู้ร้องเป็นบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา ในสถานะพนักงานมหาวิทยาลัย

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ โดย รศ. ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ ในฐานะเลขาธิการ กล่าวว่า บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา 1 แสน 6 หมื่นคน มีข้าราชการ 3 หมื่นกว่าคนและมีพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด ในกรณีสัญญาจ้างไม่เป็นธรรม เป็นส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัย ที่มักเรียกกันว่า “สัญญาจ้างสีดำ” ศูนย์ประสานงานฯได้กำหนดเป็นวาระปัญหาระดับชาติ เป็น 1 ในข้อเรียกร้องหลักที่เสนอ รมว. ศธ. ไปแล้ว เมื่อ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา เรื่องนี้ส่งผลถึงศักดิ์ศรีและความไม่มั่นคงในอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัย จากข่าวที่มีการบีบสัญญาจ้างเหลือคราวละ 6 เดือนของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สร้างความไม่มั่นใจในการทำธุรกรรมการเงินของแหล่งทุนทั่วประเทศ พนักงานมหาวิทยาลัยถือเป็นเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่พนักงานบริษัท ระบบนี้เกิดขึ้นตามมติ ครม. ปี 2542 ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ชะตากรรมของพนักงานฯถูกภาครัฐผลักไปฝากไว้ในมือผู้บริหารแต่ละมหาวิทยาลัย จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหานี้โดยด่วนเพราะไม่ต้องใช้งบประมาณ โดยออกกฏกระทรวงหรือมติ ครม. ที่ระบุให้สัญญาจ้างพนักงานฯทั่วประเทศ ถึงอายุ 60 ปี และมีการประเมินออกเพื่อคัดคนคุณภาพเหมือนระบบราชการเดิม ซึ่งการกลั่นแกล้งด้วยวิธีบีบสัญญาจ้างทำได้ยากเพราะมีช่องทางในการฟ้องร้อง เรียกความเป็นธรรมมากขึ้น

“จะมีองค์กรไหนบ้างที่ ดูแล ชาวอุดมศึกษา 1 แสน 6 หมื่นคน ตาดำๆ ที่ไม่ได้มีอำนาจบริหาร  อาจารย์ธรรมดาเหล่านั้น ต้องต่อสู้ดิ้นรนไปตามยถากรรม โดยมีข้อจำกัดเรื่องกฏหมาย เช่น ระบบพนักงานมหาวิทยาลัยไม่ขึ้นกับกฏหมายแรงงาน แต่ขึ้นกับสัญญาที่ยอมเซ็นต์ นักเรียนทุนรัฐบาลที่กลับมาในช่วงเปลี่ยนผ่านมีระบบพนักงานฯมาแทนข้าราชการ ตอนไปเรียนต่างประเทศนึกว่าจะได้มาเป็นข้าราชการ แต่จบมาในช่วงปี 2542 จึงต้องบรรจุเป็นพนักงานฯ และอยู่ในระบบสัญญาจ้างระยะสั้น จำต้องอยู่เพื่อใช้ทุน ระบบนี้จะสร้างความกลัว ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ และกลายเป็นระบบที่สร้างให้อาจารย์บางส่วนฝึกการเอาตัวรอด ด้วยวิธีต่างๆ  เมื่อมีปัญหาความไม่เป็นธรรม  ก็ต้องดิ้นรนไปฟ้องร้องกันเอาเอง ส่วนใหญ่ฟ้องแล้วแพ้คดี โดยไล่ออกแบบถูกกฏหมายคือไม่ต่อสัญญา บางคนก็เอาชีวิตการทำงานมาแลกความเป็นธรรม โดยหันมาฟ้องอาญา ม. 157 ตามที่เป็นข่าว หันมองไปหาองค์กรกลางที่จะดูแลแต่ละท่านแต่ละคนก็ไปเป็นกรรมการสภา กรรมการที่ปรึกษา ไปทุกมหาวิทยาลัย มีความสนิทชิดเชื้อกับผู้บริหาร บางมหาวิทยาลัยกำหนดเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย ต่ำกว่ามติ ครม. แต่กำหนดเงินเดือนอธิการบดี เดือนละ  4 แสนกว่า มากกว่านายกรัฐมนตรีไทยถึง 4 เท่า บางแห่งผู้บริหารก็บอกว่าตนเองก็เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมีชะตากรรมเหมือนกัน แต่มองเข้าดูรายละเอียดแล้ว เขาเหล่านั้นเป็นข้าราชการบำนาญ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงใดๆในสถานะพนักงานฯเลย เพราะมีรายรับ 2 ทาง” รศ. ดร. วีรชัย กล่าว

ด้าน อ. ประทัย พิริยะสุรวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวว่า หลังการมีการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยถี่ขึ้น หลายมหาวิทยาลัยกลับเปลี่ยนระบบสัญญาจ้างให้เข้มงวดกว่าเดิม  ระบบเงินเดือนก็ยังไม่เป็นตามมติ ครม. ปี 2542 แต่เริ่มประกาศใช้สัญญาใหม่ บังคับให้มาเซ็นต์ใหม่ เพิ่มเงื่อนไขมากขึ้น  อาทิ สัญญาจ้างระบุให้ทำตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ภายใน 5 ปี  หากไม่ทำไม่ต่อสัญญาจ้าง ปริญญาตรีลาปริญญาโทได้เพียง 2 ปี  ปริญญาโทเรียนต่อปริญญาเอก 3 ปี  โดยประกาศใช้กับพนักงานฯไม่ครอบคลุมถึงข้าราชการในมหาวิทยาลัยที่ยังคงมี อยู่ ตนอยากให้บุคลากรแต่ละมหาวิทยาลัย รวมกลุ่มกันให้เหนียวแน่น เพื่อเข้าไปมีส่วนในการแสดงความคิดเห็น หากกฏระเบียบบางอย่างริดรอนสิทธิของท่าน หรือออกมาร่วมกับส่วนกลาง คือศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา ที่เป็นศูนย์รวมทั้ง ข้าราชการและพนักงานทั่วประเทศ

ด้าน อ. บัญชา พระพล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ตนเองก็อยู่ในสถานะพนักงานมหาวิทยาลัย ในระหว่างที่ยังไม่มีองค์กรกลางที่เป็นที่พึ่งในเรื่องความเป็นธรรม ตนอยากให้ทุกมหาวิทยาลัยทำชมรมเพื่อเป็นศูนย์รวมย่อย เช่นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น การทำงานของชมรมพนักงานมหาวิทยาลัย จะเป็นแกนกลางในการประสานงานระหว่างพนักงานฯ และข้าราชการที่เหลืออยู่ พร้อมกับสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหาร เจรจาต่อรองในเรื่องความไม่เป็นธรรมต่างๆ ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานมหาวิทยาลัยทำงานและอยู่ที่มหาวิทยาลัย ขอนแก่นได้อย่างมีความสุข ส่วนการขับเคลื่อนในสิทธิที่ขาดหายไปในส่วนกลางนั้น ทางชมรมฯยินดี เข้าสนับสนุนส่วนกลาง รวมถึง ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่เป็นแกนหลักในการเรียกร้องเชิงรุกมาโดยตลอด

(มติชนออนไลน์, 28-10-2556)


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM