1 พ.ค. 56 - สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า คนงานในบังกลาเทศจำนวนมาก เดินขบวนประท้วงเนื่องในวันแรงงานสากล ภายในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคาร 8 ชั้นถล่มในเขตซาวาร์ เพิ่มขึ้นเป็น 402 รายแล้ว และมีผู้บาดเจ็บกว่า 2,500 คน
เมื่อวันพุธ เจ้าหน้าที่สามารถขนย้ายเศษซากปรักหักพังของอาคาร ''รานา พลาซ่า'' น้ำหนักกว่า 600 ตันออกได้ราว 350 ตันแล้ว ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 402 ราย โดย 399 รายถูกพบใต้ซากอาคาร ขณะที่อีก 3 รายคือผู้รอดชีวิต ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดำเนินการฝั่งร่างผู้เสียชีวิตในเหตุตึกถล่มที่ไม่อาจระบุตัวตนได้ 18 ร่าง ขณะที่ยังมีผู้สูญหายในเหตุดังกล่าวอีกอย่างน้อย 149 ราย โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ร่างรายชื่อของผู้สูญหาย และได้รับการยืนยันจากนาย ซิลลูร์ เราะห์มาน ชอว์ดูรี ผู้บริหารเขตในกรุงธากา
ขณะเดียวกัน คนงานและประชาชนราว 20,000 คน ออกมาเดินขบวนประท้วงในพื้นที่ต่างๆของกรุงธากา และเมืองอื่นๆ โดยผู้ประท้วงบางคนชูป้ายเรียกร้องให้ประหารชีวิตเจ้าของอาคารรานา พลาซ่า และเจ้าของโรงงาน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบังคับลูกจ้างให้ทำงาน แม้ถูกเตือนว่าพบรอยร้าวในอาคาร ผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร ศาลสสูงบังกลาเทศมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ นายโมฮัมเหม็ด โซเฮล รานา เจ้าของอาคารรานา พลาซ่า และสั่งให้อายัดทรัพย์สินของเหล่าเจ้าของโรงงานทั้ง 5 ที่อยู่ในตึกรานา พลาซ่า เพื่อนำเงินไปจ่ายเป็นค่าแรงแก่คนงาน
อีกด้านหนึ่ง พระสันตะปาปาฟรานซิส (ที่1) ตรัสในพิธีมิสซาช่วงเช้าที่นครรัฐวาติกันว่า สถานภาพของคนงานผู้เสียชีวิตในบังกลาเทศ ไม่ต่างจากแรงงานทาสที่ได้ค่าแรงอย่างไม่ยุติธรรม ไม่มีงานทำ เพราะผู้จ้างเอาแต่จ้องตัวเลขงบดุล จ้องหาแต่ผลกำไร