ก.แรงงาน ให้อิสระ "สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ" : SIAMHRM.COM

ก.แรงงาน ให้อิสระ "สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ"




สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 11 องค์กรพันธมิตร โดยแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไก คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ(คคส.) จัดเวทีสาธารณะถอดบทเรียนและร่วมรำลึก "20 ปี โศกนาฎกรรมเคเดอร์ กับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน" เพื่อระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการพัฒนาระบบการทดแทนเยียวยาที่เป็นธรรมเหมาะสม

นางสมบุญ สีคำดอกแค ประธานเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 20 ปี ว่า จากเหตุการณ์โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ และการรวมตัวของเครือข่ายผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากฝุ่นฝ้าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นและตัวอย่างของการผลักดัน เพื่อต่อสู้เรียกร้องสิทธิและการเยียวยาที่เป็นธรรมจากนายจ้าง ของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการทำงาน ซึ่งแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเครือข่ายจะสามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้มาก ขึ้น แต่ก็ยังคงมีข้อเรียกร้องที่สำคัญหลายๆ ด้าน ที่ยังคงต้องผลักดันกันต่อไป โดยเฉพาะการการจัดตั้งสถาบันสิ่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่ต้องเป็นอิสระจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งประเด็นนี้มีการต่อสู้เรียกร้องกันมาอย่างยาวนาน เพราะกระทรวงแรงงานพยายามให้ รัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวง หรือปลัดกระทรวง มานั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมการ ตรงนี้จึงไม่ตอบโจทย์ความเป็นอิสระจากหน่วยงานภาครัฐ

"เราใช้เวลากว่า 19 ปี ในการผลักดันให้มีการจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมจากการทำงาน เพื่อให้เป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อไม่ให้ถูกครอบงำโดยรัฐ และจากการเข้าไปเป็นคณะกรรมการ เห็นว่ากรรมการเป็นคนจากภาครัฐเสียส่วนใหญ่ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าหากมีการตั้งองค์กรขึ้นมาจริงๆ ระบบการทำงานจะล้าสมัยแบบการทำงานของรัฐหรือไม่ และแม้ว่านายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน จะบอกว่าภายใน 1 ปี หลังจากนี้ จะมีความชัดเจนในการตั้งสถาบันฯ มากขึ้น แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าจับตาดูต่อไป" นางสมบุญ กล่าว

นางสมบุญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางเครือข่ายฯ ยังต้องการให้มีการ ปรับปรุงการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายและการต่อสู้คดีในชั้นศาลด้วย เนื่องจากตัวกฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างต้องเป็นผู้ฟ้องร้องค่าเสียหายจากนายจ้าง เอง ดังนั้นเมื่อกระบวนการไปถึงชั้นศาล ต้องยอมรับว่ากำลังของลูกจ้างนั้นมีไม่มากเท่านายจ้าง ตรงนี้จึงเป็นเรื่องเสียเปรียบ อีกทั้งประเด็นการเข้าถึงกองทุนเงินทดแทนจากนายจ้าง ตาม ม.48 ก็ยังคงถือเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาและต้องเร่งแก้ไข เพื่อช่วยให้แรงงานไทยทุกคนสามารถเข้าถึงกองทุนได้ง่ายมากขึ้น โดยการเพิ่มแพทย์และคลินิกเฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ ที่รักษาผู้ป่วยจากการทำงานให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ขั้นตอนการวินิจฉัยผู้เจ็บป่วยจากการทำงานได้รับความเป็นธรรม มากขึ้น

"ปัญหาที่เราพบเจอคือถ้าแพทย์ไม่ได้วินิจฉัยว่าต้นเหตุของการเจ็บป่วย เกิดจากการทำงาน ผู้เจ็บป่วยก็จะถูกตัดสิทธิการรักษาตามเงินกองทุน และถูกผลักไปใช้สิทธิรักษาตามกองทุนประกันสังคมหรือสิทธิบัตรทองแทน ทำให้แทนที่จะได้รับการรักษาในโรคที่เจ็บป่วย เช่น เป็นโรคกระดูกทับเส้นประสาท แต่หากไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาลปฐมภูมิ ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ ก็อาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้ถูกรักษาแค่กล้ามเนื้ออักเสบเท่านั้น" นางสมบุญ กล่าว

นางสมบุญ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันข้อเรียกร้องที่ได้เสนอผ่านการชุมนุมสมัชชาคนจน ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2555 จนถึงบัดนี้ยังคงรอการเปิดโต๊ะเจรจากับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้งการตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานระดับชาติ โดยสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน การปฏิบัติตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 เรื่องการเข้าถึงบริการอาชีวอนามัยเพื่อสุขภาพ และความปลอดภัยของคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ รวมไปถึงการยกเลิกแร่ใยหิน ตามมติ ครม.12 เม.ย.2554

(เนชั่นทันข่าว, 10-5-2556)



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM