2 เม.ย. 56 - ตำรวจบังกลาเทศรายงานว่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลได้จุดชนวนระเบิดทำมือขนาดเล็กและจุดไฟเผารถยนต์หลายคันในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งล่าสุดในกรุงธากา
พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักและพันธมิตรอีก 17 พรรค จัดการประท้วงครั้งนี้เพื่อปลุกระดมให้มีการผละงานทั่วประเทศในวันนี้ เพื่อกดดันให้รัฐบาลปล่อยตัวสมาชิกฝ่ายค้าน 150 คนที่ถูกควบคุมตัวระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งก่อนหน้า ตำรวจระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงครั้งนี้อย่างน้อย 30 คน
การเรียกร้องให้มีการผละงานประท้วงเป็นกลยุทธเพื่อตอกย้ำถึงความต้องการของพรรคฝ่ายค้านในบังกลาเทศ การผละงานประท้วง รวมถึงการออกมาประท้วงบนท้องถนนหลายครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 คน
รัฐสภาบราซิลมีมติแก้ไขกฎหมาย เปิดทางคนรับใช้ในบ้านกว่า 6 ล้าน มีสิทธิเท่าเทียมพนักงานทั่วไป
4 เม.ย. 56 - การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบุว่าคนทำงานรับใช้ในบ้านซึ่งรวมถึง แม่บ้าน คนดูแลเด็ก คนขับรถ และผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ สามารถทำงานได้มากที่สุด 44 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยจะได้รับค่าจ้างล่วงเวลาหากทำงานเกินเวลาและได้อัตราค่าจ้างพิเศษสำหรับกะกลางคืน
ตัวเลขทางการระบุว่า กฎหมายดังกล่าวจะมีผลต่อผู้ทำงานรับใช้ในบ้านประมาณ 6,500,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงถึง 6,100,000 แต่ตัวแทนจัดหางานระบุว่าตัวเลขจริงๆ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 7,700,000 คน โดยแรงงานรับใช้ภายในบ้านเป็นภาคที่มีพนักงานมากที่สุดอันดับสามของบราซิล
บราซิล ซึ่งกว่าครึ่งของประชากร 194 ล้านคน มีเชื้อสายชาวแอฟริกัน เป็นประเทศสุดท้ายในทวีปอเมริกาที่ล้มเลิกระบบทาสเมื่อปี 2431 นักวิชาการบางคนถึงกับกล่าวว่าการพึ่งพาคนงานรับใช้ในบ้านของครอบครัวบราซิลนั้นฝังรากอยู่ในประวัติศาสตร์การใช้ทาสของประเทศ
ก่อนหน้านี้ คนงานรับใช้ในบ้านไม่ได้มีสิทธิเท่าเทียมกับพนักงานทั่วไป ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างแจ้งชื่อคนงาน เพื่อจะได้ใช้สิทธิประกันสุขภาพและผลประโยชน์หลังเกษียณ แต่ในความเป็นจริงแล้วคนงานกว่า 2 ใน 3 ไม่ได้ถูกแจ้งชื่อจากนายจ้าง
นายครูซา โอลิวิเอรา ประธานบริหารสมาพันธ์คนทำงานรับใช้ในบ้านแห่งบราซิล กล่าวว่า นี่ไม่ใช่แค่ประเด็นความเท่าเทียมกันของสิทธิ แต่ยังเป็นการบูรณาการทางสังคมและการชดเชยให้แก่คนทำงานรับใช้ในบ้านเกือบ 8 ล้านคนในบราซิล
ประเด็นดังกล่าวได้รับการถกเถียงอย่างมากในสื่อบราซิล เนื่องจากสิ่งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางวัฒนธรรม ที่อาจจะทำให้ครอบครัวชนชั้นกลางต้องเลิกจ้างคนใช้