การประชุมองค์การการค้าโลก(WTO) ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวัน ที่ 5 ของการประชุมระดับรัฐมนตรีของ WTO ครั้งที่ 6 ทำเกาะฮ่องกงร้อนฉ่าที่สุดในรอบ 16 ปี เมื่อขบวนชาวนาจากเกาหลีและสหพันธ์ชาวนาโลก(Via Campasina) ได้บุกเขตหวงห้ามใกล้ ศูนย์ประชุม และนิทรรศการฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุม จนปะทะกับตำรวจอย่างดุเดือด ก่อนจะมีการจับกุมผู้ชุมนุมราว 900 คน ในจำนวนนี้มีคนไทยรวมอยู่ด้วย 79 คน โดยเหตุดังกล่าว ถือเป็นเหตุรุนแรงที่สุดในฮ่องกง นับจากการประท้วงการปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยของ รัฐบาลจีน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2541 ที่ผ่านมา
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่าตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ ผ่านมา ขบวนชาวนาจากเกาหลีและสหพันธ์ชาวนาโลก กว่า 1,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีตัว แทนสมัชชาคนจนจากประเทศไทย 100 คน ได้เดินขบวนออกจากสวนวิคตอเรีย ไปยังศูนย์ประชุม เพื่อต้องการให้ตัวแทนประเทศต่างๆ ในการประชุม WTO รับทราบชะตากรรมของพวกเขาจากการ เปิดเสรีสินค้าเกษตร
ตามข้อตกลงกับตำรวจฮ่องกง กลุ่มผู้ชุมนุมต้องเดินไปตามเส้นทางที่อนุญาตให้ชุมนุมได้ นั่นคือ ถ.ฮาร์เบอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด และใกล้กับโกดังสินค้าที่ง่ายต่อการควบคุมฝูงชน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ฝ่า แนวกั้นของตำรวจฮ่องกงมาตาม ถ.โกลเคสเตอร์ ย่านหวั่นจ๋าย ย่านธุรกิจที่คึกคักที่สุดและมีตึกสำ นักงานสำคัญๆ มากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นถนนคู่ขนานกับถนนหน้าศูนย์ประชุม และอยู่ ห่างจากสถานที่ประชุม 500 เมตร ทำให้ตำรวจต้องใช้สเปรย์พริกไทย และกระบองสกัดผู้ชุมนุม ทางด้านผู้ชุมนุมได้ใช้ไม้ไผ่ยาว และแผงเหล็กกั้นของตำรวจเป็นอาวุธในการตอบโต้ ทำให้ตำรวจ ต้องยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชน เกิดควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มองเห็นได้แต่ไกล
รายงานข่าวแจ้งว่ามีผู้บาดเจ็บจากการปะทะกันถึง 96 คน โดยเป็นตำรวจ 23 นาย ขณะ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 73 คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและแรงงานชาวเกาหลีใต้ และยังมีผู้ถูก จับกุมราว 900 คน โดยมีตัวแทนสมัชชาคนจนจากประเทศไทยราว 79 คนรวมอยู่ด้วย หลังพยา ยามฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้าไปยังบริเวณจัดการประชุม
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยเมื่อเย็นวันที่ 17 ธันวาคม ว่า ได้ควบคุมตัวผู้ประท้วงราว 900 คน ภายหลังยิงแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณหน้าศูนย์ประชุม แต่โฆษกตำรวจปฏิเสธ ในวันที่ 18 ธันวาคม ว่า ยังไม่ทราบจำนวนผู้ประท้วงที่ถูกควบคุมตัวว่ามีทั้งสิ้นกี่คน เพราะตำรวจ ยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจ อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยว่าจะตั้งข้อหาหรือเนรเทศผู้ถูกจับกุมหรือ ไม่
ด้านความเคลื่อนไหวในประเทศไทย ทางตัวแทนสมัชชาคนจนและเครือข่ายองค์กรภาคประ ชาชนนำโดยนางวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ปรึกษาเครือข่ายสมัชชาคนจน ได้ออกแถลงการณ์ด่วนระ บุว่า ขอประณามผู้ว่าการรัฐฮ่องกง และผู้อำนวยการ WTO ที่ได้กระทำการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้น พื้นฐานในการแสดงออกของประชาชนครั้งนี้ และขอเรียกร้อง 3 ข้อ โดย 1.ขอให้มีการปล่อยตัว ผู้ที่ถูกจับกุมทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข 2.ขอให้ดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนทุกชาติที่เข้าร่วมในการรณรงค์ครั้งนี้ และ 3.ขอให้ประเทศสมาชิก WTO ทบทวนทิศทาง และนโยบายการทำข้อตกลง โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีส่วนกำหนดและตัดสินใจ โดยยืน ยันว่าจะประท้วงทุกครั้งที่มีการประชุม WTO จนกว่าภาคประชาชนจะมีสิทธิร่วมตัดสินใจในข้อตกลง ทางการค้าต่างๆ ที่ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับชะตากรรมของคนจนทั่วโลก
"คนไทยในฮ่องกงได้พยายามประสานเพื่อให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด พร้อมทั้งประสานไป ยังกงสุลไทย ประจำกรุงฮ่องกง เพื่อให้เข้าไปช่วยดูแลคนไทย อย่างไรก็ตามเราได้ส่งทนาย ซึ่ง เป็นชาวอินโดนีเซียไปประสานงานแล้ว เพราะทราบว่าอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ชุมนุม ก่อนจะ นำส่งศาล ซึ่งขณะนี้ยังประสานกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เพราะเป็นวันหยุดราชการ และล่า สุดทราบว่ามีคนไทยถูกจับ 79 คน จากทั้งหมด 103 คน โดยมีรายงานว่าอาจมีการปล่อยตัวคนไทย ที่ถูกจับกุมครั้งนี้ในตอนเที่ยงคืนวันที่ 18 ธันวาคม นี้" นางวนิดา กล่าว
ขณะที่แนวโน้มของการเจรจายังไม่มีความแน่ชัด โดยนายคามาล นาธ รัฐมนตรีการค้าอิน เดีย เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ในประเด็นสำคัญที่พอจะประคับประคองการเจร จาเปิดเสรีการค้าโลกได้ต่อไป แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาทีนายปีเตอร์ พาวเวอร์ โฆษกคณะกรรมาธิ การยุโรปได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปหรืออียู ได้พยายามอย่าง หนักที่จะประคับประคองการประชุม และเสนอเส้นตายการยุติความช่วยเหลือแก่สินค้าส่งออก แต่ ก็เป็นที่น่าผิดหวังที่ผลการประชุมไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้
ด้านนักการทูตเปิดเผยว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีของ WTO รอบนี้อาจล้มเหลวถ้าไม่สา มารถหาข้อสรุปในด้านการให้ความช่วยเหลือแก่สินค้าส่งออก เพราะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และ สหรัฐต้องการให้เลื่อนเส้นตายเป็นปี 2553 เร็วขึ้นจากปี 2556 ตามข้อเสนอของอียู
ส่วนนายร็อบ พอร์ตแมน ผู้แทนการค้าของสหรัฐ มองว่าที่ประชุมยังสามารถหาข้อยุติในประ เด็นระงับความช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดระยะเวลาเส้นตาย ซึ่งจำเป็นที่ทุก ฝ่ายจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
แหล่งข่าว : แนวหน้า