WTO = องค์การการคุกคามโลก ? : SIAMHRM.COM

WTO = องค์การการคุกคามโลก ?




ในช่วงปลายปีไก่ 2005 นี้ มีการประชุมนานาชาติประจำปีระดับใหญ่ในภูมิภาค ที่ต้องติดตามกันอยู่หลายงาน ที่เป็นงานประจำ มีการประชุมทุกปีก็คือ การประชุม"กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก" (Asia-Pasific Economic Cooperation หรือ APEC) ครั้งที่ 13 ซึ่งในปีนี้ประชุมกันที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่าง วันที่ 17-19 พฤศจิกายน และการประชุมสุดยอดกลุ่มผู้นำอาเซียน ซึ่งประเทศมาเลเซียรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ประชุมกันในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม ที่ผ่านมา

งานประชุมเอเปกได้สิ้นสุด ปิดฉากกันไปหลายสัปดาห์แล้ว ขณะที่อาเซียนซัมมิตนั้น เพิ่งปิดม่าน จบการประชุมกันไปใหม่หมาด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้เอง อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ การประชุมใหญ่ซึ่งเป็นงานจร ขนาดมหึมาอีกงานหนึ่งก็เริ่มต้นขึ้น ในแผ่นดินสาธารณรัฐประชาชนจีน เวทีประชุมใหญ่ที่ว่านี้ก็คือ การประชุมรอบโดฮาของสมาชิกองค์การการค้าโลกหรือ WTO 149 ชาติ ที่ฮ่องกง ในวันที่ 13-18 ธันวาคมนี้

ก่อนการเปิดประชุมขึ้นอย่างเป็นทางการของ WTO ซึ่งผู้ประท้วงเรียกขานล้อเลียนว่า " องค์การการคุกคามโลก" (World Threatening Organization) ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงจำนวนกว่า 9,000 คน คาดกันว่าที่ประชุมจะหารือกันเพื่อให้ได้ข้อยุติในด้านการเปิดเสรีตลาด และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งเรื่องการอุดหนุนและการตั้งกำแพงภาษีศุลกากรสินค้าภาคเกษตร รวมทั้งประเด็นที่ชาติสมาชิกคาดหวังว่าจะได้ข้อตกลงที่เปิดโอกาสให้ชาติที่ยากจนกว่าเข้าถึงตลาดของชาติที่ร่ำรวยกว่าได้

แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่ชาติที่เป็นผู้เล่นสำคัญอย่างสหรัฐฯและกลุ่มสหภาพยุโรปดูจะรอมชอมกันไม่ได้ในการผลักดันการปฏิรูปการค้าโลกดังกล่าว ทำให้เชื่อกันว่า ข้อตกลงในเรื่องการเกษตรจะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญขัดขวางการตกลงในการประชุมตลอด 6 วันจากนี้ไป ขณะที่นักวิเคราะห์หลายราย ฟันธงเอาไว้แล้วว่า บทสรุปของการประชุมครั้งนี้จะไม่ประสบผลคืบหน้า นอกจากเป็นการหารือกันเท่านั้น แม้ว่าบรรดาชาติสมาชิกต่างหวังจะเห็นการเจรจารอบโดฮา ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2001 สามารถตกลงเสร็จสิ้น และเริ่มนำมาปฏิบัติบังคับใช้กันได้ภายในปีหน้านี้ก็ตาม

ที่สำคัญก็คือ ชาติพัฒนาแล้วไม่จริงใจในการแก้ปัญหาชาติยากจน โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชื่อดังฝีปากกล้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้กับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน แห่งสหรัฐฯ จากนั้นก็มานั่งตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกระบุว่า การเจรจาการค้าโลกรอบปัจจุบัน แม้ได้ชื่อว่าเป็น "การเจรจารอบการพัฒนาโดฮา" แต่ชาติยากจนก็ได้รับผลดีไม่มากนัก พร้อมชี้ให้เห็นถึงผลการเจรจาการค้ารอบอุรุกวัยครั้งก่อน เมื่อปี 1986-1994 ว่า ข้อตกลงต่างๆที่มีการทำไว้กับชาติยากจนนั้นได้ถูกเพิกเฉยลืมเลือนไปจนหมดสิ้น ทั้งๆที่ การเจรจารอบนั้น ได้มีการทำข้อตกลงไว้ว่า หากประเทศกำลังพัฒนายินยอมที่จะเปิดตลาดภาคการบริการให้กับชาติพัฒนาแล้ว เหล่าประเทศอุตสาหกรรมก็จะทำการปรับลดการอุดหนุนภาคการเกษตรเป็นข้อแลกเปลี่ยน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในชาติยากจนให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในตลาดโลก ซึ่งชาติอุตสาหกรรมบอกให้ประเทศกำลังพัฒนาอดทนรอ เพราะจะต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภาคการเกษตร แต่กลับปรากฏว่า พอถึงปี 2001 ชาติที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น สหรัฐฯ กลับมีปริมาณการอุดหนุนเกษตรกรในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว !!

โดยนัยยะ นี้ คำกล่าวหาของผู้ประท้วงในฮ่องกงที่ว่า WTO คือองค์การการคุกคามโลกจึงมีน้ำหนักน่ารับฟังเพิ่มมากยิ่งขึ้น !!

 

 

แหล่งข่าว : ฐานเศรษฐกิจ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM