|
จี้รัฐตั้งกองทุนชดเชยค่าจ้าง
|
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,314 ราย จาก 21 จังหวัด ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-20 ธ.ค. 2555 พบว่ามีผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ประมาณ 800,000-1 ล้านราย แรงงานถูกเลิกจ้างไม่น้อยกว่า 640,000 คน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการกว่า 62.3% มองว่ามาตรการที่เหมาะสมคือ จัดตั้งกองทุนจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง ค่าจ้างวงเงิน 140,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี โดยรัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 75 บาทต่อวันต่อคน ซึ่งจะทำให้แรงงานได้รับประโยชน์จากการจ้างงานเพิ่มขึ้น 5.3 ล้านคน
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศในเดือน ม.ค. 2556 ไม่มีผลให้ผู้ประกอบการขอปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะจากการศึกษาโครงสร้างต้นทุนแรงงานพบว่าต้นทุนการผลิตสินค้าของ SMEs เพิ่มขึ้น 2.24-6.74% ส่วนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น น้ำมันปาล์ม สบู่ ผงซักฟอก ไม่ได้รับผลกระทบ โดย SMEs ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในกลุ่มสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องหนัง ส่วนกลุ่มสินค้าที่ให้โปรตีน เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 0.94-1.38% โดยผู้ประกอบการที่ขอขึ้นราคาสินค้าส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากยอดขายที่ต้องบริหารจัดการเอง ไม่สามารถอ้างต้นทุนค่าแรงมาขอปรับราคาสินค้าได้
(โลกวันนี้, 25-12-2555) |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|