คสรท.ค้านข้อเสนอกกร.ขอลดเงินสมทบเหลือร้อยละ 2.5 : SIAMHRM.COM

คสรท.ค้านข้อเสนอกกร.ขอลดเงินสมทบเหลือร้อยละ 2.5


เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2555 นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่สรุปว่ามี 7 มาตรการลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคม(สปส.) คือ การเสนอให้การลดการส่งเงินสมทบทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างลงเหลือฝ่ายละร้อย ละ 2.5 จากปกติเก็บอยู่ฝ่ายละร้อยละ 5 ว่า ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เนื่องจากเป็นการลดการส่งเงินสมทบทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างที่มากเกิน ไป ทำให้ไปกระทบต่อสิทธิประโยชน์กรณีเงินชราภาพโดยเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ จะหายไปจำนวนมาก และมีผลต่อความมั่นคงของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว รวมทั้งเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการ นี้มากกว่ากลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งๆที่กลุ่มธุรกิจ ขนาดใหญ่ก็ได้รับประโยชน์จากมาตรการลดภาษีนิติบุคคลจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20 ภายในปี 2556 และมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคมทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างจากปกติเก็บเงิน สมทบฝ่ายละ 5 % ลดลงเหลือจัดเก็บฝ่ายละ 4% อยู่แล้ว

ประธานคสรท. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาในปี 2554 กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้ใช้มาตรการลดเงินสมทบประกัน สังคมทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างจากปกติเก็บเงินสมทบฝ่ายละ 5 % ลดลงเหลือจัดเก็บฝ่ายละ 4% และล่าสุดได้ขยายเวลาการใช้มาตรการนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2556 ซึ่งการลดการส่งเงินสมทบในอัตราดังกล่าวนั้น ฝ่ายแรงงานยังพอรับได้เพราะเห็นว่าภาคธุรกิจเดือดร้อนจากน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 และช่วงเดือนเม.ย.2555 สถานประกอบการใน 7 จังหวัดเช่น กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ยังต้องปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท ขณะเดียวกันนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็ได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้ไปลดเงินสมทบในส่วน ของเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ แต่เป็นการลดเงินสมทบในส่วนของสิทธิประโยชน์ ใน 4 กรณีได้แก่ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตายและคลอดบุตร ซึ่งสปส.ก็มีงบสำรองมาเติมเข้าไป ทำให้ไม่กระทบสิทธิประโยชน์ทั้ง 4 กรณีดังกล่าว

"จริงๆแล้วฝ่ายแรงงานไม่ได้เห็นด้วยเลยกับมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม อยากให้คงอัตราเดิมไว้คือ ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละร้อยละ 5 และรัฐบาลร้อยละ 2.75 แต่เมื่อภาคธุรกิจเดือดร้อนจากน้ำท่วมและการปรับขึ้นค่าจ้างจำเป็นต้องช่วย เหลือ จึงไม่ได้ออกมาคัดค้านและการลดอัตราเงินสมทบเหลือจัดเก็บฝ่ายละ 4% อยู่ในระดับที่พอรับได้เพราะไม่กระทบสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ควรจะเอาใจภาคธุรกิจมากเกินไป ควรนึกถึงผลกระทบในอนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ประกันตนด้วย หากมีการใช้มาตรการลดการส่งเงินสมทบลงไปถึงร้อยละ 2.50 จะกระทบถึงเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพและความมั่นคงของกองทุนในระยะยาว ถ้ารัฐบาลออกมาตรการนี้มาจริงๆ ฝ่ายแรงงานก็จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ทั้งนี้ เร็วๆนี้ครสท.จะไปยื่นหนังสือถึงรมว.แรงงานเพื่อคัดค้านในเรื่องนี้ " นายชาลี กล่าว

(เนชั่นทันข่าว, 4-12-2555)


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM